วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 22-26 ส.ค. 59

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 22-26 ส.ค. 59

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง หลังตลาดยังคงมีความหวังเรื่องการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 44 - 49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 46 - 51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (22 - 26 ส.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ยังคงทรงตัวในระดับสูง โดยคาดว่าตลาดจะยังคงได้รับแรงหนุนจากข่าวความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค ในการหามาตรการในการสร้างเสถียรภาพให้กับราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.นี้ นอกจากนี้ราคายังได้รับแรงสนับสนุนจากภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดที่มีทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- ข่าวการหารือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปคและนอกกลุ่มโอเปค คาดว่าจะยังคงส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากที่รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย แสดงท่าทีเห็นด้วยกับการร่วมมือกันรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบ รัสเซียก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประกาศพร้อมที่จะร่วมมือกับกลุ่มโอเปคเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตามองท่าทีของยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตน้ำมันดิบรายอื่นในกลุ่มโอเปคอย่าง อิหร่านและอิรัก ต่อไป

- หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 26-27 ก.ค. โดยรายงานแสดงให้เห็นถึงความกังวลของเจ้าหน้าที่เฟดต่อนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ และต้องการดูข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ก่อนที่จะดำเนินการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากยังไม่แน่ใจกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง และส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมันดิบ

- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปล้นตลาดคลี่คลายลงเล็กน้อย หลังสำนักงานสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 12 ส.ค. ปรับลดลงสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ มาอยู่ที่ระดับ 521.1 ล้านบาร์เรล หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในสหรัฐ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมที่รัฐลุยเซียนา อาจส่งผลให้โรงกลั่นบางแห่งอาจจำเป็นต้องลดกำลังการกลั่นลงและส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันดิบ

- ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังคงเพิ่มปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน หลังราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นใกล้ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงที่ผ่านมา Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 12 ส.ค. จำนวนแท่นขุดเจาะเพิ่มขึ้น 15 แท่น สู่ระดับ 396 แท่น ซึ่งคิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นกว่า 66 แท่นจากต้นเดือน ก.ค. โดยกว่า 2 ใน 3 ของปริมาณแท่นขุดเจาะที่เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มขึ้นในแหล่งผลิตที่มีต้นทุนต่ำอย่าง Permian

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐ ดัชนีภาคการผลิตยูโรโซน ดัชนีภาคการบริการยูโรโซน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (15-19 ส.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.03 ดอลลาร์ ปิดที่ 48.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.91 ดอลลาร์ ปิดที่ 50.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากข่าวการประชุมระหว่างผู้ผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคในเดือนหน้าที่ประเทศแอลจีเรีย ซึ่งสมาชิกในกลุ่มโอเปคทั้ง 14 ประเทศและรัสเซียจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เพื่อทำการหารือเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ รวมไปถึงมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดิบที่ปรับลดลง สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น และน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ราคายังคงได้รับแรงกดดันจาก ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐที่ยังคงเพิ่มปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบต่อเนื่องกว่า 7 สัปดาห์ติดต่อกัน หลังราคาปรับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้ระดับต้นทุนการผลิต

                                                                        -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999