สถาบันเข้าซื้อหุ้น“เมืองไทยลิสซิ่ง”บิ๊กล็อต 3% ระบุพันธมิตรระยะยาว “ชูชาติ” ยันโครงสร้างบริหารคงเดิม กลุ่มเพ็ชรอำไพถือหุ้นใหญ่อันดับ1
นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS ผู้นำตลาดสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์และนาโนไฟแนนซ์ของเมืองไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนักลงทุนสถาบันและกลุ่มประกัน ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรถือหุ้นในบริษัทสัดส่วน 3% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งหมดโดยเป็นการซื้อบิ๊กล็อตจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว
สำหรับการขายหุ้นให้กับนักลงทุนสถาบันครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อขยายฐานผู้ลงทุนที่เป็นสถาบัน และเพิ่มสภาพคล่องให้กับหุ้นในตลาด (Free Float) และสิ่งสำคัญ คือเป็นการสร้างความมั่นคงด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพราะเป็นกองทุนที่มองเห็นศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ และมีนโยบายถือหุ้นในระยะยาว
"จากการโรดโชว์ช่วงที่ผ่านมา มีนักลงทุนสถาบันจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ความสนใจติดตามธุรกิจของบริษัทฯและมีการติดต่อเพื่อขอเข้าร่วมลงทุนใน เมืองไทยลิสซิ่ง มาโดยตลอด ซึ่งเรายังไม่คิดจะขายหุ้นออกมา แต่ภายหลังจากที่หุ้นถูกนำไปคำนวณเข้าดัชนีเซท50 และดัชนีเซท 100 จากตลาดหลักทรัพย์แล้ว"
ดังนั้นเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ในสถานะดังกล่าวได้ต่อเนื่อง บริษัทต้องมีฟรี โฟลท์ มากกว่า 20% จากปัจจุบันบริษัทมีฟรี โฟลท์ อยู่ที่ 20.07% ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่อการหลุดจากการคำนวณในดัชนีเซท 50 และเซท 100 จึงตัดสินใจขายบิ๊กล็อตครั้งนี้ และไม่มีแผนขายหุ้นออกมาเพิ่มอีก และขอให้ผู้ถือหุ้นเชื่อมั่นว่ากลุ่มพันธมิตรที่เข้ามานั้นถือลงทุนในระยะยาวแน่นอน” นายชูชาติ กล่าว
สำหรับสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเมืองไทยลิสซิ่ง ในปัจจุบันยังคงเป็นกลุ่มของ “ตระกูลเพ็ชรอำไพ” ถือหุ้นรวมกันมากกว่า 60% ถึงแม้ว่ากลุ่มนักลงทุนสถาบันเข้ามาถือหุ้น 3% แต่โครงสร้างการบริหารงานยังเป็นของทีมงานเดิม ดังนั้นผู้ถือหุ้นมั่นใจว่าบริษัทมีเป้าหมายที่ชัดเจน คือ เพื่อสร้างความมั่นคง แข็งแกร่งให้กับบริษัท และสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน
ล่าสุด เวลา 14.47 ราคาหุ้นเมืองไทยลิสซิ่ง อยู่ที่ 18.40 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.08% มูลค่าซื้อขาย 1,470 ล้านบาท






