บจ. ไทยรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 รวม 2.45 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.83%เหตุกลุ่มอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค ขนส่ง เหล็ก อาหาร และพลังงานฟื้นต่อ
นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บจ. ใน SET จำนวน 558 บริษัท หรือคิดเป็น 93.94% จากทั้งหมด 594 บริษัทนำส่งผลการดำเนินงาน งวดไตรมาส 2/ 2559 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2559 โดย บจ. มีกำไรสุทธิจำนวน 418 บริษัท คิดเป็น 74.91% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด มียอดขายรวมเท่ากับ 2,512,918 ล้านบาท ลดลง 4.52% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคมียอดขายลดลงตามทิศทางราคาน้ำมัน และมีกำไรสุทธิ 245,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.83% จากงวดเดียวกันปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นของภาคการบริการและอุปโภคบริโภค คือ หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ หมวดเหล็ก หมวดอาหารและเครื่องดื่ม และหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค
หากไม่รวมหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ไตรมาส 2/2559 บจ. จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 3.32% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13.75% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ลดลงมีส่วนช่วยให้ บจ. มีต้นทุนการผลิตลดลงเช่นกัน ทำให้ในภาพรวม บจ. มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจาก 22.85% ในไตรมาส 2/2558 เป็น 25.62% ในไตรมาส 2/2559
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2559 บจ. มียอดขายเพิ่มขึ้น 5.46% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.27% ทั้งนี้ ผลประกอบการ บจ. ที่ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องทำให้ในครึ่งแรกปี 2559 บจ. มีกำไรสุทธิรวม 479,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.13% จากงวดเดียวกันปีก่อน สำหรับโครงสร้างเงินทุนของ บจ. ยังคงแข็งแรง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1.24 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.22 เท่าจากปีก่อน
“ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2559 ของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ปรับดีขึ้นเช่นกัน โดย มียอดขาย 33,408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.65% และกำไรสุทธิ 2,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.38% จากงวดเดียวกันปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจาก 23.83% เป็น 25%”






