ศรีอยุธยาเร่งยกเครื่ององค์กรรับยุคดิจิทัล จำกัดพนักงานและสาขาคุมต้นทุนพร้อมใช้ออนไลน์เพิ่มยอดขาย แบงก์กรุงศรียังเดินหน้าขยายสาขา800แห่งปี61
นายโรวัน ดี อาซี กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างยกเครื่ององค์กรให้มีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในยุคดิจิทัลที่ในที่สุดการประกันภัยจะอยู่บนมือถือ แม้ว่าในขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าคู่แข่งจะเป็นใคร แต่หากเป็นกูเกิ้ล เฟสบุคหรือไลน์ จะพบว่าต้นทุนการแข่งขันอยู่ในระดับต่ำมาก ดังนั้นการมุ่งสู่ดิจิทัลจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้
ปัจจุบันค่าใช้จ่ายพนักงานคิดเป็น 20-30%ของค่าใช้จ่ายโดยรวม บริษัทไม่มีนโยบายลดคน แต่พัฒนาคนเก่าให้รองรับกับโลกใหม่ ส่วนพนักงานจะลดลงตามความความสมัครใจ โดยในปีนี้เริ่มเห็นแล้วว่าจำนวนพนักงานจะเริ่มลดลง 5% แต่การบริการจะดีขึ้น ซึ่งในะระยะ3-4 ปีข้างหน้าจำนวนพนักงานยังอยู่ในระดับเดิมคือ 400 คน เช่นเดียวกับจำนวนสาขาที่ปัจจุบันมี 18 สาขาทั่วประเทศและจะไม่เปิดเพิ่มอีกแล้ว
ในเดือนที่ผ่านมาบริษัทเริ่มออกผลิตภัณฑ์ขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อลดต้นทุนของตัวกลางลง โดยได้สร้างเวปไซด์ “mysagi” ขึ้นมาเฉพาะโดยในขณะนี้จะขายประกันออนไลน์ โดยจะเน้นความสะดวกในการซื้อและสามารถคุ้มครองทันที ซึ่งบริษัทสามารถออกกรมธรรม์ส่งให้ลูกค้าทางอีเมลได้เลย ปัจจุบันมีสินค้าประเภทคุ้มครองอุบัติเหตุ ประกันรถยนต์ชัั้น 2 และ3 และไมโครอินชัวรันส์แต่ต่อไปจะเพิ่มสินค้าทั้งประกันภัยบ้านคอนโด เอสเอ็มอี ประกันรถชั้น1 ประกันการเตินทางทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าว่าในปีนี้จะมีสินค้า30 รายการ และใน 3 ปีข้างหน้าจะมีเบี้ยผ่านช่องทางนี้ 200 ล้านบาทต่อปี
“ดิจิทัลเข้ามาแล้ว และเมื่อถึงจุดหนึ่งการเปลี่ยนแปลงจะเร่งตัวเร็วมาก เราต้องทำให้ธุรกิจเกิดเร็วเท่าความคิด คือลูกค้าคิด เปิดเวปและซื้อได้เลย หากเราไม่เปลี่ยนแปลงอนาคตเราจะไม่สามารถอยู่ในธุรกิจได้ เราต้องเตรียมองค์กรให้พร้อม ที่ผ่านมาเรานำสกู๊ตตาร์ซึ่งเป็นสตาร์อัพที่ทำธุรกิจแมสเซนเจอร์มาเล่าให้พนักงานฟังเพื่อให้เห็นอนาคตธุรกิจที่เปลี่ยนไป แม้จะไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงแต่ก็เป็นธุรกิจที่บริษัทสามารถดึงมาทดแทนงานบางส่วนได้”
นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ในช่วง 6 ปีที่ผ่ามาธนาคารยังเปิดสาขาต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 644สาขา ในสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 666 แห่ง โดยปี2560 จะเปิดอีก 20-30 แห่งและจะเป็น 800แห่งในปี 2561 แม้ธุรกรรมออนไลน์จะเพิ่มขึ้นแต่ช่องทางสาขาก็ไม่ได้ลดลง โดยใน 3-5 ปีข้างหน้าสาขายังเป็นช่องทางหลักส่วนช่องทางดิจิทัลจะเป็นช่องทางเสริม







