วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"อินเด็กซ์" เผยตลาดอีเวนท์ 8 เดือน หดตัว 10%

“อินเด็กซ์ฯ” เผยภาพรวมตลาดอีเวนท์ 8 เดือน หดตัว 10% กระจายความเสี่ยงแตกธุรกิจไลฟ์สไตล์ จัดงานดนตรีอีดีเอ็ม โกยรายได้ในไทย-ต่างประเทศ

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอีเวนท์ในช่วง  8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.) ว่า ตลาดยังหดตัว กว่า 10% ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และเป็นไปตามทิศทางเดียวกับสภาพตลาดรวมโฆษณาที่ค่อนข้างซบเซา โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มลูกค้าโฆษณารายใหญ่ได้ตัดงบประมาณที่จะใช้ในอุตฯโฆษณาไปกว่า 20% มาตั้งแต่ช่วงต้นปี และนำงบฯดังกล่าวไปใช้ทำโปรโมชั่น ณ จุดขายเพื่อกระตุ้นยอดขายมากขึ้น โดยงานอีเวนท์ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด คือ งานประเภทอีเวนท์ มาร์เก็ตติ้ง

ทั้งนี้ คาดว่าปลายปีนี้หากไม่มีเหตุการณ์ใดมากระทบ ตลาดอีเวนท์ก็น่าจะมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ซึ่งยังต้องรอติดตามต่อไปว่านักการตลาดจะกลับมาใช้งบด้านอีเวนท์มากหรือน้อยเพียงใด แต่มองว่าจะเริ่มมีงานจากลูกค้าภาครัฐมากขึ้น เช่น การจัดงานเพื่อเรียกความมั่นใจด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ส่วนสถานการณ์ในปีหน้าจะเริ่มส่งสัญญาณบวก ความชัดเจนทางการเมืองก็มีมากขึ้น รวมถึงภาพรวมการท่องเที่ยวไทย และตลาดทุนก็ยังอยู่ในระดับที่ดี  

ล่าสุด บริษัทได้แตกไลน์งานใหม่เพิ่มเติมผ่านธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์ เพื่อกระจายความเสี่ยง คือ ธุรกิจจัดงานเทศกาลดนตรี โดยมุ่งเน้นกลุ่มดนตรี “อีดีเอ็ม” หรืออิเล็กทรอนิกส์ แดนซ์ มิวสิค เพราะมองเห็นถึงศักยภาพของตลาดนี้ โดยเป็นกลุ่มดนตรีที่กำลังมาแรง และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องทุกปี

นอกจากนี้ ในปีหน้ายังเตรียมขยายการจัดงาน “อีดีเอ็ม” ในเมียนมา และเวียดนาม โดยวางแผนขยายงานทั้งภายในประเทศ รวมถึงเมียนมาและเวียดนาม ไตรมาสละ1 งาน หรือรวมทั้งสิ้นปีละ 4 งานต่อ 1 ประเทศ ใช้งบลงทุนรวมกว่า 240 ล้านบาท ส่วนแผนธุรกิจในเฟส2 ก็มองโอกาสเข้าไปทำตลาดในกัมพูชา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ต่อไป เพื่อผลักดันให้บริษัทเป็นผู้จัดงาน“อีดีเอ็ม”เบอร์1ในภูมิภาค ที่สามารถนำโมเดลธุรกิจดังกล่าวขายโชว์ในหลายประเทศได้

ทั้งนี้ พบว่ามูลค่าอุตฯของการจัดงาน“อีดีเอ็ม” ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันมีมูลค่าอุตฯรวมกว่า 2.48 แสนล้านบาท โดยหากนับรวมกับรายได้จากการจำหน่ายสินค้าฟิสิคัล และยอดดาวน์โหลดเพลง“อีดีเอ็ม”ออนไลน์ต่างๆ อาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเท่าตัว สำหรับ“อีดีเอ็ม”ถือเป็นประเภทดนตรีที่เข้าถึงกลุ่มคนได้มากกว่าประเภทอื่นๆ เพราะใช้ภาษาในเนื้อเพลงน้อย และใช้ซาวด์ดนตรีเป็นหลัก

ส่วนภาพรวมรายได้ของ “อินเด็กซ์ฯ” ในปีนี้ ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ หรืออยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ราว  6- 7% แบ่งเป็น สัดส่วนรายได้จาก 4 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มครีแอทีฟ โซลูชั่นส์ 51% มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส 34% ไลฟ์สไตล์ 8% และอาเซียน 7% อย่างไรก็ดี คาดว่าจากการขยายงานและตลาดในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น จะผลักดันให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้ในกลุ่มอาเซียน เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในปีหน้า