วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่ม ‘พลังงานทดแทน’ รายได้เข้าเป้า

"เอสพีซีจี" มั่นใจรายได้เข้าเป้า 5.5 พันล้านบาท รักษาอัตรากำไรสุทธิ 47% ด้านพลังงานบริสุทธิ์-กันกุล ประสานเสียงครึ่งหลังโตต่อเนื่อง

นางสาวสุวพร ศิริคุณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) SPCG กล่าวว่า ปีนี้จะรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ใกล้เคียงกับครึ่งปีแรกที่ทำได้ 47.91% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 43.3% เป็นผลจากการพยายามลดค่าใช้จ่าย และยังคงเป้ารายได้ที่ 5,500 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 5,057.64 ล้านบาท จากรายได้ขายไฟจำนวน 260 เมกะวัตต์ และรับรู้รายได้จากการติดตั้งโซลาร์รูฟ แม้จะปรับลดเป้าหมายการติดตั้งลงเหลือ 10-15 เมกะวัตต์ จากที่ตั้งไว้ 30 เมกะวัตต์ เนื่องจากลูกค้าที่เป็นโรงงานขอรอดูเรื่องรายละเอียดการได้รับสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ โดยปัจจุบันได้ติดตั้งไปแล้ว 3 เมกะวัตต์

ส่วนความคืบหน้าการลงทุนโซลาร์ฟาร์มในต่างประเทศนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดว่าจะมีความชัดเจนไตรมาส 3-4 ส่วนที่โซลาร์ฟาร์มราชการและสหกรณ์ที่จะมีการให้ใบอนุญาตเดือน ก.ย.นี้ บริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าไปยื่น

ด้านนายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) GUNKUL กล่าวว่า กำไรที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกนั้นเป็นผลจากการจำหน่ายไฟฟ้าในโครงการโซล่าฟาร์ม 87 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 10 เมกะวัตต์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ขณะที่รายได้จากการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าลดลงเป็นจำนวน 434.80 ล้านบาท เนื่องจากการจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าให้กับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในโครงการโซลาร์สหกรณ์และ ภาคราชการ มีการคัดเลือกผู้ผ่านคุณสมบัติให้ลงนามสัญญา PPA มีความล่าช้ากว่ากำหนดการเดิม และเป็นเหตุให้ผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในโครงการดังกล่าวมีความล่าช้าในการจัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าตลอดจนผู้รับเหมาในโครงการด้วยเช่นกัน

“เชื่อว่าทิศทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังนี้น่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก เนื่องจากความต้องการในอุตสาหกรรมระบบไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศยังขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของบริษัทเองยังคงเดินหน้าหางานใหม่ๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายผลักดันให้งานในมือเพิ่มสูงขึ้น”    

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) EA กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังบริษัทเตรียมดำเนินการขายไฟฟ้า โครงการพลังงานลมอีก 126 เมกะวัตต์ หนุนกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 404 เมกะวัตต์ นอกจากนี้เตรียมขึ้นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่จังหวัดชัยภูมิ 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 260 เมกะวัตต์ ด้วยงบลงทุนก่อสร้างประมาณ 20,000 ล้านบาท กำหนดจ่ายไฟฟ้าภายในเดือน มิ.ย. 2561 ซึ่งจะช่วยให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 664 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา บริษัทได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 8,000 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างทางการเงิน โดยนำเงินที่ได้ไปลดภาระหนี้สินและลดต้นทุนทางการเงินเดิม พร้อมกับเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาโครงการใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

สำหรับภาพรวมภาพการดำเนินงานในครึ่งแรกได้รับแรงหนุนจากการรับรู้รายได้โครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาดกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟฟ้าไปตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา

โชว์กำไรครึ่งปีแรกโตเฉลี่ย13% 

บริษัทจดทะเบียนกลุ่มพลังงานทดแทนที่ประกาศผลกำไรครึ่งปีแรกออกมาแล้ว โดยในกลุ่มธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม ได้แจ้งผลการดำเนินงานมาแล้ว 3 บริษัท ประกอบด้วย  บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) GUNKUL มีกำไรสุทธิ 267.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.02% จากปีก่อนที่ทำได้ 223.05 ล้านบาท บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) EA มีกำไรสุทธิ 1,703.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.93% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,321.1 ล้านบาท

ส่วนบริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) SPCG มีกำไรสุทธิ 1,181.28 ล้านบาท ลดลง 3.93% เป็นผลจากรัฐบาลปรับลดค่าไฟฟ้า (Ft) ลง 0.26 บาท และไม่ได้มีกำลังการผลิตใหม่เข้ามา

ทั้งนี้ กำไรรวมของทั้ง 3 บริษัทนี้รวมกันยังเติบโตได้ 13.65% อยู่ที่ 3,152.23 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 2,773.7 ล้านบาท

ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พลังงานบริสุทธิ์ ปรับตัวขึ้นประมาณ 19% จากระดับ 21 บาท มาอยู่ที่ 25 บาท ขณะที่กันกุลเพิ่มขึ้นมาได้ราว 12% ด้านเอสพีซีจี เพิ่มขึ้นจากระดับ 20 บาท มาอยู่ที่ 22 บาท ในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นราว 10%

 ​