"สมคิด เดินหน้าเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจปีงบ 59 หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุด 17 รสก.ใหญ่เบิกจ่ายได้ 87% ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 95%
ของงบลงทุน 3.04 แสนล้าน โดยรฟท.และทอท.เบิกจ่ายลงทุนต่ำเป้ามากสุด พร้อมขู่การเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานกรรมการและซีอีโอ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมเพื่อติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ 17 แห่ง พบว่าการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจล่าสุด ส่วนใหญ่เป็นไปตามเป้าหมาย ยกเว้นการท่าอากาศยานไทย (ทอท.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็ขอให้ไปเร่งรัด อีกทั้งยังให้เตรียมการเร่งรัดงบลงทุนล่วงหน้าในไตรมาสต่อไปด้วย โดยมีนโยบายจะไปตรวจเยี่ยมรัฐวิสาหกิจทุกเดือนเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนให้ได้ตามแผน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่าในปีงบประมาณ 2559 รัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของสคร.ในส่วน 17 รัฐวิสาหกิจใหญ่ที่มีเงินลงทุนมากสุด พบว่าเบิกจ่ายงบลงทุน ก.ค.59 ภาพรวมอยู่ที่ 87 % ของงบลงทุนรวม 3.04 แสนล้านบาท และคาดว่าทั้งปีงบจะเบิกได้ 90% ของงบลงทุนซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 95%
โดย 17 รัฐวิสาหกิจที่มีมูลค่าการลงทุนสูงรวมกัน 289,634 ล้านบาท โดยภาพรวมส่วนใหญ่เบิกจ่ายได้ตามเป้า แต่มีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการเคหะแห่งชาติ เบิกจ่ายได้เกินเป้า ขณะที่ รฟท.และ ทอท.เบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้า โดยเบิกจ่ายได้เพียง 60% และ 53% ตามลำดับ
“ สคร.จะใช้การเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานของกรรมการ และซีอีโอของรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้า ซึ่งงบลงทุนรัฐวิสาหกิจเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจมีการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา”
นอกจากการเร่งรัดงบลงทุนในปีนี้แล้ว รองนายกรัฐมนตรียังมอบให้รัฐวิสาหกิจเร่งทำแผนเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2560 ทั้งโครงการปกติ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคต ควรจะอาศัยจังหวะที่ดอกเบี้ยต่ำ เลื่อนการลงทุนให้เร็วขึ้น หรือ Font load พร้อมทั้งได้มอบหมายให้สคร.ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อติดตามการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอย่างใกล้ชิดด้วย





