วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หุ้นเหล็ก’ กำไรกระโดด1000% อานิสงส์ลงทุนรัฐ

บจ.ใหญ่กลุ่มเหล็ก "มิลล์คอน-ทาทา สตีล" กำไรไตรมาสล่าสุดโตกระฉูด 500-1,000%​ อานิสงส์ความต้องการในประเทศไทยฟื้นจากโครงสร้างพื้นฐาน

นางสาวจุรีรัตน์ ลปนาวณิชย์ กรรมการ บริษัทมิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) MILL กล่าวว่า ไตรมาส 2ปี2559 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 298 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 514% ขณะที่มีอีบิทดา( EBITDA) อยู่ที่ 503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี2558 ส่วนผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 636.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 257% โดยผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 5,221 ล้านบาท คิดเป็นยอดจำหน่ายเหล็ก 370,356 ตัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆและโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ เป็นต้น ในขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลง ดันอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 11 % 

นอกจากนี้บริษัทยังได้เริ่มรับรู้รายได้จากบริษัทร่วมทุนคือ บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด หรือ KMS ในสัดส่วนประมาณ 5% ของรายได้ โดยปีหน้าคาดว่าบริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากบริษัทร่วมทุนในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถเดินเครื่องในเชิงพาณิชย์ได้เต็มที่ ประกอบกับเป็นธุรกิจที่มาร์จินสูงกว่าการผลิตเหล็กเกรดธรรมดา 

“ผลประกอบการแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนได้จากกำไรขั้นต้นที่ขยับขึ้นมาเป็น 11% ในไตรมาสนี้ จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้นเพียง 7% เป็นผลมาจากความสามารถในการผลิตที่ต่อเนื่อง ทำให้เกิดการประหยัดจากขนาด (economy of scale) และจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต”

บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) TSTH มีรายได้รวม 4,616.06 ล้านบาท สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2559/2560 (เม.ย. - มิ.ย. 2559) และมีกำไรสุทธิ 216.47 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิเติบโตถึง 1,936% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.63 ล้านบาท บริษัทมีมูลค่ายอดขายสุทธิสูงกว่าแผน 16% เนื่องจากราคาสินค้าเหล็กในตลาดเพิ่มขึ้นตามราคาเศษเหล็กที่เพิ่มขึ้น และยอดขายสินค้าเหล็กที่เพิ่มขึ้นในตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ

ขณะที่บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) BSBM มีรายได้จากการขาย 757.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายจากความต้องการเหล็กในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ในขณะที่สถานการณ์ราคาเหล็กโลกก็ยังคงมีการปรับตัวสูงขึ้น โดยในไตรมาสที่สองนี้ปริมาณการขายทั้งสิ้น 50,311 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 80% จากปีก่อน

ด้านบริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) TYCN มีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2 ปี 2559 จำนวน 36.65 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 139.10 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 53.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวด 6 เดือนแรกปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 177.16 ล้านบาท

บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) AMC รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ปี2559 ว่ามีกำไร 138.37 ล้านบาท หรือ 0.29 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 264.72% จากช่วงเดียวกันปี 2558 ที่ขาดทุน 83.89 ล้านบาท หรือ -0.17 บาทต่อหุ้น ขณะที่งวด 6 เดือนปี 2559 มีกำไร 243.29 ล้านบาท หรือ 0.51 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 2558 ที่ขาดทุน 77.86 ล้านบาท หรือ -0.16 บาทต่อหุ้น

ดัชนี‘หุ้นเหล็ก’ ทำราคาสูงสุดรอบ10เดือน

ราคาหุ้นกลุ่มเหล็กที่ผ่านมาปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2557 จากระดับ 76 จุด ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 32 จุด เมื่อต้นปี 2559 อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นกลุ่มเหล็กค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นหลังจากนั้น โดยล่าสุดขึ้นมาทำจุดสูงสุดในรอบ 10 เดือน โดยขึ้นไปแตะ 42.16 จุด เป็นไปตามทิศทางราคาเหล็กโลกที่เพิ่มขึ้น โดยราคาเหล็กกล้าเพิ่มขึ้นจากราว 100 ดอลลาร์ต่อตัน ขึ้นมาอยู่ที่ 300 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ราคาธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นจากราว 40 ดอลลาร์ต่อตัน มาอยู่ที่ 60 ดอลลาร์ต่อตัน

โดยปัจจัยกดดันสำคัญต่อราคาเหล็กในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ ปริมาณการผลิตเหล็กจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ความต้องการใช้เหล็กกลับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลให้ผู้ผลิตเหล็กในจีนต่างส่งออกเหล็กกระจายไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย แต่ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทย และหลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างปรับตัว และได้ออกมาตรการป้องกันการทุ่มตลาดจากจีน ช่วยให้ราคาเหล็กในประเทศเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ 

ขณะเดียวกันราคาเหล็กในไทยยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้เหล็กที่มากขึ้น จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาทิ รถไฟฟ้า ทางรถไฟ และถนนเส้นต่างๆ โดยหลายฝ่ายคาดหวังว่าโครงการลงทุนเหล่านี้จะช่วยให้ความต้องการใช้เหล็กในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากที่ซบเซามาต่อเนื่องหลายปี 

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นกลุ่มเหล็กในปัจจุบันยังถือว่าต่ำมากกว่าเมื่อเทียบจากช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยดัชนีในกลุ่มนี้เคยสูงสุดอยู่ที่ 102 จุด เมื่อต้นปี 2554 ก่อนที่จะลดลงมาต่อเนื่องราว 3 เท่าตัว

ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มเหล็กวานนี้ (10ส.ค.) หุ้นมิลล์คอน สตีล (MILL) ปิดที่ 1.36 บาท เพิ่มขึ้น 0.74% หุ้นบางสะพานบาร์มิล (BSBM) ปิดที่ 1.47 บาท เพิ่มขึ้น 1.38% หุ้นทาทา สตีล (ประเทศไทย) (TSTH) ปิดที่ 0.73 บาท ไม่เปลี่ยแปลง หุ้น เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW)  ปิดที่ 6.45 บาท ลดลง 1.53%