ขาดทุนจากธุรกิจแซลมอนลดลงในครึ่งปีหลัง
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่าธุรกิจแซลมอนยังคงฉุดผลการดำเนินงานของ TU ในไตรมาส 2/59 แต่เราคาดว่าขาดทุนสุทธิของธุรกิจแซลมอนมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เนื่องจากการเจรจาราคาขายใหม่กับลูกค้าประสบผลสำเร็จหลายราย มาร์จิ้นของธุรกิจกุ้งและทูน่าจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาส 3/59 เนื่องจากช่วงไฮซีซั่นของยอดขายปลาทูน่าและราคาต้นทุนวัตถุดิบกุ้งที่ปรับตัวลดลง เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากอัตราการเติบโตของธุรกิจปัจจุบันที่ยังคงแข็งแกร่งและอัพไซด์จากการเข้าซื้อกิจการใหม่ในอนาคต เราทำการปรับเปลี่ยนไปใช้เป็นราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 แทนและได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 26 บาท
สรุปผลประกอบการไตรมาส 2/59 - กำไรหลักต่ำกว่าคาด
TU รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 1.53 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY และ 24% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 2/59 ได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 32 ล้านบาท กำไรจากการปรับมาตรฐานบัญชี 29 ล้านบาท ค่าเงินประกันคืนของบริษัทย่อย 79 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายจากการเข้าซื้อกิจการ 27 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.41 พันล้านบาท ลดลง 17% YoY แต่เพิ่มขึ้น 46% QoQ กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด 26% เนื่องจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่ำกว่าคาด ในขณะที่กำไรหลักต่ำกว่าคาด 9% เนื่องจากรายได้ที่ต่ำกว่าคาด และภาระภาษีจ่ายที่สูงกว่าคาด อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.8% ใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ 16% หรือลดลงจาก 16.9% ในไตรมาส 2/58
กำไรหลักที่ลดลง YoY เนื่องจากมาร์จิ้นของธุรกิจแซลมอนและธุรกิจกุ้งที่ลดลง (เป็นผลจากต้นทุนแซลมอนและกุ้งที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดอย่างฉับพลัน) ธุรกิจแซลมอนที่แสดงผลขาดทุน และภาระภาษีจ่ายที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด (จากอัตราภาษีเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจต่างประเทศ และการปรับมาตรฐานบัญชีของรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี) รายได้ในรูปสกุลเงินบาทเพิ่มขึ้น 12% YoY และ 10% QoQ จากการรวมกิจการของรูเก้นฟิช ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจในฝั่งยุโรปที่ปรับตัวดีขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าถ้าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และยูโร รายได้ในรูปสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 12% QoQ รายได้ธุรกิจปลาทูน่ายังคงแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 15% QoQ เนื่องจากยอดขายแบรนด์ในยุโรปที่ยังคงเติบโตดี และยอดขายในส่วนของการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น YoY ทั้งในแง่ของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากการออกผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
คาดขาดทุนธุรกิจแซลมอนลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2559
ต้นทุนปลาแซลมอนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2/59 (ราคาแซลมอนเฉลี่ยอยู่ที่ 65 โครนต่อกก.ในไตรมาส 2/59 เพิ่มขึ้น 68% YoY และ 9% QoQ) เนื่องจากการแพร่พันธุ์ของสาหร่ายเซลล์เดียวในน้ำที่สร้างพิษในประเทศชิลี ซึ่งส่งผลให้อุปทานปลาแซลมอนทั่วโลกลดลง 5-10% และส่งผลให้ธุรกิจแซลมอนของ TU ขาดทุนสุทธิ 370 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกปี 2559 (หรือขาดทุนสุทธิ 250 ล้านบาทในไตรมาส 2/59) และเนื่องจาก คาดว่าจะมีการเจรจาสำหรับการขอปรับราคาขายกับลูกค้าเพิ่มขึ้น สำหรับสัญญาที่มีแนวโน้มสั้นกว่า 6 เดือน ในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เราจึงคาดว่าผลขาดทุนของธุรกิจแซลมอนมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 บริษัทตั้งเป้าธุรกิจแซลมอนแช่แข็งถึงจุดคุ้มทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ในส่วนของราคากุ้ง เราคาดว่ามีแนวโน้มปรับลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เนื่องจากอุปทานกุ้งที่จะเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ดังนั้นมาร์จิ้นธุรกิจกุ้งมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ยอดขายผลิตภัณฑ์ทูน่าในยุโรปที่เติบโตแข็งแกร่งในช่วงไฮซีซั่นจะช่วยผลักดันมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ ถึงแม้ว่าจะมีสต็อกต้นทุนปลาทูน่าราคาสูงในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.บันทึกเข้ามาเป็นต้นทุนขายก็ตาม
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่จะเริ่มในเชิงพาณิชย์ในปี 2560
บริษัทยังคงยืนยันเป้ารายได้ที่ 8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2563 นวัตกรรมใหม่ของวิธีการผลิตทูน่ากระป๋องในโรงงานสามแห่งจะช่วยเพิ่มผลผลิต และลดจำนวนคนงานลงจากเดิม ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปี 2560 เป็นต้นไป ส่วนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทูน่าใหม่ๆ น่าจะเริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเร็วสุดในไตรมาส 4/59 นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะขยายไปสู่ธุรกิจกุ้ง ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และธุรกิจเสริมความงามที่มีส่วนผสมจากสัตว์ทะเล (หนังปลาและน้ำมันตับปลา) ส่วนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล็อบสเตอร์และแซลมอนไปสู่ประเทศจีนจะเริ่มต้นในช่วงไตรมาส 4/59 นอกจากนี้บริษัทจะทำการเจาะธุรกิจกุ้งไปในประเทศอินโดนิเซียในเร็ววันนี้







