"ครม." อนุมัติตั้ง 4 กองทุนหมุนเวียนเพื่ออนาคตประเทศ ชี้ให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกองทุนภาคบังคับสำหรับพนักงานรัฐ-เอกชน
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันนี้ ว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติตามที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนเสนอจัดตั้งกองทุนหมุนเวียน 4 กองทุน ประกอบด้วย 1.กองทุนเพื่อการสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง 2.กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3.กองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ 4.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ
สำหรับสาเหตุที่ต้องมีการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนรัฐดังกล่าว เนื่องจากภาครัฐมีนโยบายจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยขึ้น เพื่อการสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานฯนั้น เพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ลดภาระการคลังของภาครัฐในการระดมทุนเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ และช่วยสนับสนุนให้โครงสร้างพื้นฐานภาครัฐได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น โดยไม่เป็นการก่อภาระหนี้สาธารณะ โดยกองทุนหมุนเวียนดังกล่าวจะคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทนที่ 2-3% ให้แก่ผู้ถือหลักทรัพย์ที่จะได้รับความคุ้มครองของกองทุน”นายกอบศักดิ์ กล่าว
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนทุนอุดหนุนสมบทบางส่วน หรือทุนอุดหนุนสมทบกำหนดเงื่อนไขการส่งคืนเมื่อโครงการประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ เพื่อการพัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือกระบวนการผลิต ซึ่งครอบคลุมกระบวนการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์พิสูจน์ ความเป็นไปได้ทางการตลาด รวมทั้งสนับสนุนนวัตกรรมการจัดการเพื่อให้ธุรกิจสามารถขยายผลเชิงพาณิชย์ได้จริงแก่นักศึกษาหรือผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาไม่เกิน 7 ปี หรือบุคลากรในสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือวิสาหกิจเริ่มต้นที่มีการดำเนินงานด้านการพัฒนานัวตกรรมร่วมกับสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย
ด้านกองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน โดยกำหนดให้โอนกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาตามพ.ร.บ.กองุทนเพื่อโรงการอาหารกลางวันฯจากเดิมที่จัดตั้งขึ้นในกระทรวงการคลัง มาจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การบริหารงานเกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ส่วนกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ปัจจุบันประเทศไทยมีช่องทางการออมเพื่อการชราภาพที่ครอบคลุมประชาชนวันแรงงานทุกกลุ่ม แต่แรงงานส่วนใหญ่มีรายได้หลังเกษียณไม่เพียงพอในการดำรงชีวิต และมีความเสี่ยงสูงที่จะตกสู่ภาวะยากจนในช่วงวัยชราในอนาคต ซึ่งหากไม่มีการออมเพิ่มเติมในขณะที่อยู่ในวัยทำงาน ดังนั้นเพื่อเพิ่มรายได้ จึงควรให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบ ซึ่งจะเป็นช่องทางการออมเพิ่มเติมสำหรับแรงงานในระบบที่มีแนวโน้มที่จะมีรายได้หลักเกษียณไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ หรือ กบช. เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบที่มีอายุตั้งแต่ 15-60 ปี ครอบคลุมลูกจ้างเอกชน ลูกจ้าชั่วคราวส่วนราชการ พนักงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งสิ้น 11.37 ล้านคน สำหรับพ.ร.บ.บำเน็จบำนาญแห่งชาติ คาดว่าจะเสนอครม.ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยมองว่าจะเป็นกองทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างมีนัยสำคัญ








