ธอส.ชูสินเชื่อบ้านสูงวัย 2.8 หมื่นล้านพร้อมลดดอกเบี้ยกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง
ธอส.เตรียมออกสินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ 3 โครงการวงเงิน 2.85 หมื่นล้านบาทในเดือนส.ค.นี้ กำหนดคุณสมบัติผู้กู้อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แถมให้ดอกเบี้ยจูงใจผู้ประกอบการปรับแบบบ้านเพื่อผู้สูงวัย เผยครึ่งปีหลังมีแผนปรับลดดอกเบี้ยสินเชื่อใหม่สำหรับคนทั่วไปลงอีกเพื่อช่วยกระตุ้นตลาดสินเชื่อบ้าน
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.มีแผนจะทำสินเชื่อบ้านสำหรับผู้สูงอายุจำนวน 3 โครงการในช่วงเดือน ส.ค. นี้ วงเงินรวม 2.85 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการบ้าน ธอส.เพื่อผู้สูงอายุวงเงิน 7 พันล้านบาทส่วนนี้เป็นโครงการที่ธนาคารทำเอง แยกเป็น 2 ส่วน คือ
สินเชื่อสำหรับผู้กู้รายย่อย (Post Finance) วงเงิน 3 พันล้านบาท ให้กู้สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผ่อนชำระไม่เกินอายุ 70 ปี โดยสามารถกู้ร่วมกับคู่สมรสจดทะเบียน บุตร หรือหลานได้ อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 - 4 เท่ากับ ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อรายย่อยหรือ MRR – 3.25% ต่อปีหรือประมาณ 3.50% ต่อปี ส่วนปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการเท่ากับ MRR - 1% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยเท่ากับ MRR - 0.5% ต่อปี
สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการ (Pre Finance) วงเงิน 4 พันล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1-2 เท่ากับ 4% ต่อปี ปีที่ 3 – 5 คิดอัตราดอกเบี้ยของภาระหนี้ส่วนที่เหลือ ไม่ต่ำกว่า MLR – 1% ต่อปี เพื่อให้กู้สำหรับจัดทำโครงการที่มีที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุทั้งประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝดทาวเฮาส์ และห้องชุดไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมดของโครงการซึ่งขณะนี้มีทางบริษัท เสนาดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) สนใจเข้าร่วมในการปรับแบบบ้านที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างบางยูนิตให้เป็นบ้านเพื่อสูงอายุแล้ว
ส่วนโครงการที่ 2 เป็นการปล่อยสินเชื่อโครงการ หรือโปรเจคต์ไฟแนนซ์ ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)วงเงิน 1.5 พันล้านบาท ขณะที่โครงการที่ 3 เป็นโครงการของรัฐบาลกำหนดวงเงินปล่อยกู้ให้กับผู้สูงอายุไว้ที่ 2 หมื่นล้านบาท
“ ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ธนาคารจะมีโครงการสินเชื่อใหม่ออกมาต่อเนื่อง ทั้งสินเชื่อสำหรับกลุ่มเฉพาะ สินเชื่อตามนโยบายรัฐบาล และสินเชื่อทั่วไป โดยในส่วนสินเชื่อทั่วไปนั้น จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง แม้จะไม่เท่ากับสินเชื่อโครงการรัฐ แต่ก็ต่ำกว่าตลาด ซึ่งดอกเบี้ยในตลาดปัจจุบันมากกว่า 4 % แต่ของธอส.อยู่ในระดับ 3% เป็นต้น เพื่อหนุนการเติบโต และช่วยให้คนมีบ้านได้ง่ายขึ้น”
เขากล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 7.58 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่มีวงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ทำให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 8.94 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.62% มีสินทรัพย์รวม 9.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.52% มีเงินฝากรวม 7.57 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.32% ธนาคารมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล 5.14 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 5.76% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 0.31% จากช่วงสิ้นปี 2558 และมีกำไรสุทธิ 5.15 พันล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ที่ระดับ 16.03% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50%
“สาเหตุที่ทำให้ผลการดำเนินงานดีขึ้น มาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล รวมถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทุกระดับ ทิศทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จะช่วยส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารเป็นไปตามเป้าหมาย 1.7 แสนล้านบาท”
