กำไรตามคาด มองครึ่งหลังปีนี้ซบเซา
กำไรตามคาด
GPSC รายงานกำไรสุทธิที่ 687 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 ลดลง 21% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 45% YoY ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขประมาณการของเราที่ 642 ล้านบาท
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ค่า Ft ที่ปรับลดลง รวมทั้งไม่มีรายได้จ่ายเงินปันผลรับในไตรมาส เป็นปัจจัยกดดันกำไรไตรมาส 2/59 ให้ลดลง QoQ โดยรายได้ในไตรมาสเพิ่มขึ้น 1% QoQ แต่ลดลง 16% YoY ซึ่งตัวเลขที่ลดลง YoY นั้นหลักๆมาราคาขายเฉลี่ยของทั้งค่าไฟฟ้าและไอน้ำที่ลดลง ในช่วงราคาก๊าซอ่อนตัว และการจ่ายไฟฟ้าจากกฟผ.ที่ลดลงในไตรมาสเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ในขณะที่อุปสงค์พลังงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซั่นเป็นปัจจัยหนุนรายได้ขึ้น QoQ
อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นปัจจัยบวกหลักในไตรมาส 2/59 เพิ่มขึ้นจาก 16.1% ในไตรมาส 1/59 มาอยู่ที่ 17.0% ในไตรมาส 2/59 โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นนั้นมีปัจจัยจากตัวแปรของสูตรค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนส่งผลให้รายได้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในระดับเดียวกันช่วงอื่น อุปสงค์ของไอน้ำและไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส และต้นทุนการซ่อมบำรุงที่ลดลงจากสัญญาจ้างระยะยาว
แนวโน้ม
เราคาด GPSC จะมีการปิดซ่อมบำรุงโรงงานหลายแห่งในช่วงครึ่งหลังปี 2559 เราจึงมองกำไรครึ่งหลังปี 2559 จะหดตัวลง HoH เนื่องจากกำไรในช่วงไตรมาส 1 สูงที่สุดในประวัติการณ์ อย่างไรก็ตามรายได้จากเงินปันผลจากบริษัทย่อยและกำลังการผลิตของโรงงาน NNEG ที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนกำไรได้บางส่วน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงใช้ประมาณการกำไรหลังหักภาษีสำหรับปี 2559 เดิมที่ 2,529 ล้านบาท โดยกำไรในครึ่งแรกของปีอยู่ที่ 1,558 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 60% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา เนื่องจากครึ่งหลังของปีเป็นช่วงโลว์ซีซั่น
คำแนะนำ
เราได้ปรับราคาเป้าหมายเป็นสิ้นปี 2560 ที่ 37 บาทต่อหุ้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจากเราเชื่อว่าราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนแนวโน้มกำไรเติบโตช่วงปี 2559-60 ไปแล้ว หุ้นที่เราชื่นชอบที่สุดในกลุ่มยังคงเป็น EGCO และ RATCH จากปัจจัยมูลค่าการซื้อขายอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจ แนวโน้มกำไรเติบโตดี และอัตราจ่ายเงินปันผลที่น่าดึงดูด (และอัตราจ่ายเงินปันผลทั้งปีที่ 3.3% และ 4.3% ตามลำดับ)






