วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เมียนมา’เชื่อมั่นสินค้าไทยชี้โอกาสโตสูง

“ฮาวาสริเวอร์ออคิด” ย้ำสินค้าไทยมีโอกาสโตในเมียนมา ชี้ผู้บริโภคความเชื่อมั่นคุณภาพและภาพลักษณ์

“เมียนมา”นับเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ที่เป็นเป้าหมายการลงทุนของผู้ประกอบการจากนานาชาติ รวมทั้งผู้ประกอบการจากประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเริ่มเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งกลุ่มประเทศ  CLMV ถือเป็นตลาดที่เอื้อให้ผู้ประกอบการเข้าไปทดสอบศักยภาพก่อนจะขยายสู่ตลาดเออีซีต่อไป

นายสันติพงศ์ พิมลแสงสุริยา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทฮาวาสริเวอร์ออคิด ผู้ให้บริการธุรกิจสื่อสารการตลาดในกลุ่ม CLMV เปิดเผยว่าล่าสุด ฮาวาสริเวอร์ออคิดได้ศึกษาเกี่ยวกับ “ภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น และแหล่งที่มาของสินค้า” ที่ผู้บริโภคในเมียนมามีต่อสินค้าไทยและสินค้าจากประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจากสิงคโปร์, จีน, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, เกาหลี, ยุโรป, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยทำวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 504 คนในเมียนมา ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

จากการวิจัยพบว่าผู้บริโภคในเมียนมาให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าไทยเทียบเท่ากับสินค้าที่มาจากญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ในด้านภาพลักษณ์ของสินค้า ผู้บริโภคในพม่าให้ความเชื่อมั่นในภาพลักษณ์ของสินค้าไทยเทียบเท่ากับสินค้าของญี่ปุ่น โดยจะเห็นว่าผู้บริโภคในพม่าให้ความเชื่อมั่นทั้งคุณภาพและภาพลักษณ์ของสินค้าไทยเทียบเท่ากับสินค้าที่มาจากญี่ปุ่น

 “ความได้เปรียบในด้านความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคในเมียนมามีต่อสินค้าไทย แนะนำให้สินค้าไทยที่มีแบรนด์อยู่แล้ว ให้เข้าไปทำตลาดในพม่าได้เลย สำหรับสินค้าไทยที่ยังไม่มีแบรนด์ หรือแบรนด์ยังไม่ได้มีชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งผู้ประกอบการที่เป็นโรงงานผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ในประเทศ ก็ยังสามารถขยายตลาดเข้าไปในพม่าได้ ด้วยความได้เปรียบของสินค้าไทยตามที่ได้กล่าวมา โดยจะต้องสร้างแบรนด์ควบคู่กับการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง”

ปีที่ผ่านมาพบว่าเทรนด์ค่านิยมในเมียนมาค่อนข้างมีอิทธิพลอย่างสูงต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและเป็นตัวกำหนดแนวโน้มของตลาดอย่างเด่นชัด เช่นเรื่องความกลัว เพราะเมียนมาเพิ่งเปิดประเทศ เมื่อมีสิ่งใหม่ๆ หลายอย่างเพิ่มเข้ามาในชีวิตประจำวันจึงทำให้เกิดเป็นความกลัว ดังนั้นผู้ประกอบการต้องทำให้ผู้บริโภคไว้ใจ ไม่กลัวการใช้สินค้าหรือบริการใหม่ๆ ทำให้ผู้บริโภคมองเห็นปัญหาและนำเสนอสินค้าหรือบริการที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหา

ส่วนเทรนด์ค่านิยม K-Pop สู่ My-Pop ผู้บริโภคได้นำเอาแนวคิดทางแฟชั่น การสื่อสาร และคอนเทนท์จากประเทศต่าง ๆ มาแสดงความเป็นตัวตนของเขาออกมา เช่น การแสดงออกทางความคิด ความสามารถในเรื่องต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงการต้องการการยอมรับ ซึ่งผู้ประกอบการต้องเข้าไปช่วยเพิ่มความมั่นใจในการแสดงออกเหล่านี้

นอกจากนี้ยังมีเทรนด์ที่มาแรงไม่แพ้กัน เช่นเรื่องของความสวยแบบมีความหมายของผู้หญิง เนื่องจากส่งเสริมความมั่นใจ หรือความกังวลและตั้งคำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของตัวเองในผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น เป็นต้น

“จะเห็นว่าโอกาสในเมียนมาสำหรับสินค้าไทยมีมาก เรียกว่าได้เปรียบสินค้าจากประเทศอื่นๆ  ผู้ประกอบการไทยเพียงศึกษาข้อมูลของผู้บริโภคให้ละเอียดถ้วนถี่ เจาะลึกหา Consumer Insights เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์สิ่งที่ผู้บริโภคกำลังมองหาได้อย่างถูกต้องและตรงจุด เชื่อมั่นว่ามีโอกาสอีกมากให้ขยายธุรกิจไปสู่ประเทศเมียนมา”