วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คุมเข้ม' ขายหน่วยลงทุน

“ก.ล.ต.” คุมเข้มแบงก์ขายหน่วยลงทุน เผยให้เวลาปรับตัว 2 ปี มีผลบังคับใช้ปี 2561 ระบุเจ้าหน้าที่ละเลย ไม่เดินตามกรอบไกด์บุ๊ค ลงโทษหนัก

ธุรกิจกองทุนรวมในปัจจุบัน มีวงเงินลงทุนคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 40% ของจีพีพีประเทศที่ 13 ล้านล้านบาท ซึ่งขณะนี้แบงก์เข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการขายหน่วยลงทุนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดการขายหน่วยลงทุนผ่านแบงก์กินสัดส่วนมากถึง 80% ของการจำหน่ายลงทุนทั้งหมด และคิดเป็น 40% ของสินทรัพย์แบงก์ทั้งระบบ

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการให้บริการขายหน่วยลงทุนผ่านธนาคารมีปริมาณมาก ดังนั้น ก.ล.ต.ในฐานะผู้กำกับและดูแลตลาดทุน จึงต้องเข้าไปมีส่วนในการกำกับดูแลการขายหน่วยลงทุนผ่านธนาคารด้วย จึงได้ออกคู่มือในการให้บริการขายหน่วยลงทุนอย่างถูกต้อง และถูกวิธี โดยจะให้เวลา 2 ปีในการปรับตัว เนื่องจากจะมีผลบังคับใช้ในปี 2561  

หากเจ้าหน้าที่ของธนาคารละเลย และไม่ปฏิบัติตามแนวทางไกด์บุ๊คที่ ก.ล.ต.กำหนดไว้ บทลงโทษไม่ใช่อยู่แค่พนักงาน แต่จะลงโทษผู้บริหารของธนาคารอย่างหนัก และถอนใบอนุญาตการขายหน่วยลงทุน เพราะสิ่งเหล่านี้ผู้บริหารธนาคาต้องรับรู้”

ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้พบปะกับผู้บริหารธนาคารแต่ละแห่ง และแนะนำว่า ในส่วนของธนาคารควรจะต้องให้การสนับสนุนด้านเครื่องมือให้แก่พนักงานขายหน่วยลงทุน ประกอบด้วย ระบบการคัดเลือกตัวผลิตภัณฑ์ ระบบข้อมูลการสร้างความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ เพื่อให้พนักงานเข้าถึง และธนาคารต้องมีระบบมอนิเตอร์การขายผลิตภัณฑ์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องการขาย โดยไม่ให้พนักงานเน้นการขาย ซึ่งไม่ได้คำนึงความเหมาะสมของลูกค้ากับผลิตภัณฑ์ 

“ปกติแล้วพนักงานขายต้องขึ้นทะเบียน ต้องมีการฝึกอบรม แต่ก.ล.ต.ต้องการให้ พนักงานขายหน่วยลงทุนมีความรู้และความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ที่ต้องขายให้กับลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่ขายเพื่อให้ได้เป้า หรือ ค่าคอมมิชชั่น โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม และธนาคารก็ต้องคอยสนับสนุนเครื่องมือในการพัฒนาการขายด้วย”