"รมว.พลังงาน"คาดราคาน้ำมันในประเทศครึ่งปีหลังทรงตัวที่ 23-25 บาท/ลิตร เชื่อทำค่าไฟฟ้าไม่ปรับขึ้น แจงน้ำมันมาเลย์ถูกกว่าไทยเพราะไม่เก็บภาษี
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ประเมินทิศทางราคาขายปลีกน้ำมันของไทยในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ทั้งในกลุ่มราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซลซึ่งถือเป็น เชื้อเพลิงหลักที่สำคัญในภาคขนส่งและภาค อุตสาหกรรม จะทรงตัวอยู่ในระดับปัจจุบันที่ 23-25 บาท/ลิตร เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันของโลกเริ่มมีแนวโน้มลดลงใกล้เคียงกับความต้องการใช้ในระดับ 95-96 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกในช่วงครึ่งปีหลังของปี 59 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ 35-40 เหรียญ สหรัฐ/บาร์เรล หากไม่มีกรณีฉุกเฉิน เช่น การเกิดสงครามในประเทศตะวันออกกลาง การลดลง ของปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และนอกโอเปก
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวจะส่งผลดีทำให้ค่าไฟฟ้าไม่ปรับเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของไทยตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม จากการส่งต่อข้อมูลเปรียบเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทย และ ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียผ่านทางโซเชียลมีเดีย และมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ราคาน้ำมันขายปลีกของไทยสูงกว่าประเทศมาเลเซียมาก ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคนั้น กระทรวงพลังงานขอชี้แจงว่าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นจริง เพราะราคาตั้งต้น อันได้แก่ ราคา ณ โรงกลั่น จะสะท้อนต้นทุนราคาในตลาดโลกที่ใกล้เคียงกัน แต่ที่ราคาน้ำมันขายปลีกของไทยแตกต่างไปจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีโครงสร้างการจัดเก็บภาษีน้ำมันที่แตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซียมีนโยบายไม่เก็บภาษีน้ำมัน จึงทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมาเลเซียต่ำกว่าของประเทศไทย ถึง ประมาณ 5-6 บาท/ลิตร ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาน้ำมันขายปลีกแพงกว่าประเทศไทย เช่น ประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม และสปป.ลาว เป็นต้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายราคาน้ำมันของ
ประเทศนั้น ๆ









