กระทรวงพาณิชย์จัดงาน "มหกรรมธงฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชินี" 4-7 ส.ค. นี้ เผยราคาสินค้าถูกกว่าท้องตลาด 20-50%
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การจัดงาน “มหกรรมธงฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชินี” ระหว่างวันที่ 4 – 7 สิงหาคมนี้ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 เพื่อคนไทยร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงห่วงใยและทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงพสกนิกรชาวไทยตลอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนได้จับจ่าย ซื้อสินค้าคุณภาพดี ราคาประหยัด ตามนโยบายรัฐบาล และเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
สำหรับภายในงานฯ มีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ภายใต้ชื่อ “พระแม่มิ่งฟ้าประชาไทย” ซึ่งจะจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อให้ปวงพสกนิกรชาวไทยได้ชื่นชมพระบารมี พร้อมแสดงพระราชกรณียกิจพระอัฉริยภาพ โครงการในพระราชดำริ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ร่วมลงนามถวายพระพร
ทั้งนี้ มีการจัดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดกว่า 800 คูหา เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ไข่ไก่ เนื้อสุกร เนื้อไก่ สินค้าจำเป็นในครัวเรือนและในชีวิตประจำวัน สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตรคุณภาพดีส่งตรงจากฟาร์มและอาหารสำเร็จรูป รวมทั้งยังมีสินค้าจากศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) สินค้าจากตลาดชุมชน “ตลาดต้องชม” สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปจากศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) สินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organic) และสินค้า OTOP ในราคาพิเศษถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปร้อยละ 20 – 50 และพิเศษสุดกับสินค้าราคาพิเศษ ได้แก่ น้ำตาลทราย 17 บาท/กก. ข้าวสารหอมมะลิ บรรจุถุง 5 กก. 100 บาท น้ำมันพืชปาล์มขวดละ 1 ลิตร 33 บาท น้ำมันพืชถั่วเหลือง 33 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 3 แผงละ 30 ฟอง 70 บาท เนื้อหมู กก.ละ 85 บาท เนื้อหมูหมัก-หมูนุ่ม กก.ละ 65 บาท เนื้อไก่ (ปีกบน) กก.ละ 45 บาท คาดว่าจะมีผู้ร่วมงาน 150,000 คน มียอดขายไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท และสามารถลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้ 60 – 65 ล้านบาท จึงขอเชิญชวนประชาชนไปเลือกซื้อสินค้าได้ตามวัน เวลาดังกล่าว
สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้า อุปโภคและบริโภคในช่วงครึ่งปีหลัง กรมการค้าภายในมั่นใจจะไม่มีสินค้าใดขอปรับเพิ่ม แต่จะมีการเฝ้าติดตามสินค้าทุกรายการอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง โดยยอมรับว่าปริมาณสินค้ามีน้อยลงโดยเฉพาะผักและผลไม้ โดยกรมการค้าภายในใช้มาตรการเชื่อมโยงทางการตลาด เช่น กล้วยน้ำว้าที่ให้ผลผลิตน้อย แต่ยังมีสินค้าที่ใกล้เคียงสามารถทดแทนได้ เช่น กล้วยหอม ซึ่งการขาดแคนไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาวและกัมพูชา ผลผลิตน้อยจากปัญหาภัยแล้งด้วยเช่นกัน ซึ่งกรมจะเดินหน้าเชื่อมโยงตลาดให้เกิดความต่อเนื่อง
ส่วนการดูแลค่าครองชีพผ่านโครงการหนูณิชย์ พาชิม ขณะนี้มีร้านที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 11,385 ร้าน ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยเตรียมจัดงาน 10 ยอดเมนูแต่ละภาค ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อ 10 ยอดเมนูเด่นของแต่ละภาควันที่ 18 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบวันสถาปนาของกระทรวงพาณิชย์ โดยจะเดินหน้าโครงการธงฟ้าเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ เดือนสิงหาคมจัดกิจกรรมตลาดต้องชมครบ 77 แห่งทั่วประเทศ โดยจะเดินหน้าโครงการตลาดต้องชมปี 2560 เพิ่มอีก 77 แห่ง ซึ่งตลาดต้องชมจะเป็นตลาดที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อกระจายสินค้าของเกษตรกรไปยังผู้บริโภคโดยตรง






