"คลัง" พร้อมสนับสนุนมาตรการภาษีรถยนต์ไฟฟ้า แต่ขอพิจารณาประโยชน์ประเทศก่อนตัดสิน ด้าน"สรรพสามิต" ระบุภาษีรถยนต์ไฟฟ้าถูกกว่ารถประเภทอื่น
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ โดยกล่าวว่า กระทรวงการคลัง พร้อมที่สนับสนุนมาตรการด้านภาษีดังกล่าว แต่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่าประเทศได้ประโยชน์อะไรจากการปรับลดภาษีนี้ เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องมีการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการจ้างงานและพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ
“เราคงไม่สามารถลดภาษีให้แล้วนำเข้ามาขายได้ทั้งหมดตลอดเวลา แต่ควรต้องมีการผลิตในประเทศด้วย โดยจะต้องหารือกับระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย”
ส่วนนายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพาสามิต กล่าวว่า ส่วนกรมสรรพสามิต มีการจัดเก็บภาษีจากรถยนต์ไฟฟ้าเพียง 10% ถือว่า ต่ำกว่าภาษีรถยนต์ประเภทอื่นที่เก็บอยู่ในระดับ 14-35% อย่างไรก็ตาม หากเป็นนโยบายของรัฐบาลต้องการให้ลดภาษีสรรพสามิตลงอีก ก็พร้อมลดให้ แต่จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการพบว่า สิ่งที่ต้องการ คือ ลดภาษีศุลกากรจากการนำเข้าชิ้นส่วน ขณะนี้ราคารถยนต์ไฟฟ้ายังสูงมาก 2-5 ล้านบาท เพราะเป็นการนำเข้ามาขาย
ถ้ารัฐมีการส่งเสริม และผู้ประกอบการมีการลงทุนในไทย อาจทำให้ราคารถยนต์ถูกลง และจูงใจให้คนมาใช้มากขึ้น
นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้ากรมศุลกากรคงต้องดูหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมก่อน โดยกรมพร้อมจะพิจารณาเรื่องภาษีให้เพราะขณะนี้แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้ากำลังมา ถือเป็นเทรนด์ใหม่ของรถยนต์ในไทย
“กำลังดูว่า จะช่วยได้อย่างไร นอกจากภาษีของกรมศุลกากรแล้ว ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า ยังต้องขึ้นอยู่อีโคสติกเกอร์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา เพราะต้องวัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประกอบด้วย”
อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้กรมศุลกากร จะเสนอพิจารณายกเว้นภาษีให้กับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาเพื่อทดสอบ โดยส่งเรื่องไปยังกฤษฎีกาให้ช่วยดูถ้อยคำในกฎหมายแล้ว






