“ดอยคำ” เดินหน้าบุกตลาดต่างประเทศ ทุ่มพันล้านสร้างโรงงานแห่งรับดีมานด์ พร้อมขยายร้านแฟรนไชส์ “ครอบครัวดอยคำ”
นายสรภัส สุตเธียรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อทาหาร จำกัด ผู้ผลิตน้ำผลไม้ “ดอยคำ” กล่าวถึงแผนธุรกิจว่า จะรุกขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า รวมถึงสิงคโปร์ สหรัฐ และญี่ปุ่น โดยช่วงสัปดาห์หน้าบริษัทจะเข้าร่วมงานแสงสินค้าในประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อหาตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศที่มีศักยภาพในการกระจายสินค้า จากเดิมมีการจำหน่ายผ่านช่องทางการค้าชายแดนมีการตอบรับที่ดี
พร้อมกันนี้ เตรียมส่งเสริมการเพาะปลูกให้เกษตรกรชาวไทยเน้นทำการเกษตรสมัยใหม่เพื่อให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการขยายพื้นที่รับวัตถุดิบมากขึ้น เพื่อให้มีวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10-20% รองรับการขยายตลาทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งเตรียมแผนสร้างโรงงานแห่งใหม่แทนโรงงานเดิม ที่มีอยู่ใน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ บนเนื้อที่ 40 ไร่ ซึ่งเป็นโรงานผลิตข้าวโพดอ่อนบรรจุกระป๋องที่หยุดดำเนินการมานานกว่า 10 ปี หลังจากที่ไม่ได้รับความนิยมในท้องตลาด
การลงทุนโรงงานแห่งใหม่ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ประมาณ 1,000 ล้านบาท จะเริ่มดำเนินการในช่วง 2 ปีจากนี้ โดยโรงงานแห่งนี้จะใช้เป็นฐานการผลิตและบรรจุหลักของผลิตภัณฑ์ดอยคำ โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำผลไม้ ป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศ
“การเลือกสถานที่ตั้งของโรงงานเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ต้องอยู่ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบทั้งพืชผลทางการเกษตร พื้นที่ชลประทาน และแหล่งน้ำ รวมถึงระบบการขนส่งที่สะดวกเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ ซึ่งโรงงานแห่งใหม่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ"
ปัจจุบัน ดอยคำ มีโรงงานผลิต 3 แห่ง อยู่ที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ใช้เป็นแหล่งผลิตภัณฑ์แยมและน้ำดื่มดอยคำ โรงงาน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ใช้ผลิตน้ำผลไม้ลิ้นจี่ และเสาวรส และโรงงาน อ.เต่างอย จ.สกลนคร แปรรูปวัตถุดิบจากมะเขือเทศ บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนการขายจากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 15% ในช่วง 1-2 ปีจากนี้ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 10% ของรายได้รวม
ขณะเดียวกัน จะมีการขยายสาขาร้านแฟรนไชส์ “ครอบครัวดอยคำ” เน้นหัวเมืองใหญ่จังหวัดละ 1 แห่ง จากนั้นขยายในหัวเมืองรอง ตั้งเป้าหมาย 5 ปี เปิดบริการครบ 76 จังหวัด จากปัจจุบันมีอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ลำปาง ขอนแก่น และสกลนคร
ร้านครอบครัวดอยคำ มี 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบ เอ พื้นที่ 80 ตร.ม.ขึ้นไป ประกอบด้วยมุมขายผลิตภัณฑ์ดอยคำ เคาน์เตอร์ชาและกาแฟ และร้านอาหาร รูปแบบ บี ประกอบด้วยมุมขายผลิตภัณฑ์ดอยคำ เคาน์เตอร์ชาและกาแฟ รูปแบบ ซี ประกอบด้วยมุมขายผลิตภัณฑ์ดอยคำ ขนาด 50-60 ตร.ม.
สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโต 11% มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้ตามเป้าหมาย 1,800 ล้านบาท จากปีก่อนมียอดขาย 1,480 ล้านบาท โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาบริษัทเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี
ขณะที่ภาพรวมตลาดน้ำผลไม้ระดับกลางและพรีเมียม มูลค่า 6,000 ล้านบาท มีการเติบโตต่อเนื่องจากกระแสสุขภาพ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดอยคำมีส่วนแบ่งตลาด 20% เป็นอันดับ 3 ของตลาด ขณะที่แบรนด์ทิปโก้ครองอันดับ 1 ส่วนแบ่งฯ 28% ตามด้วยแบรนด์มาลี 22%






