วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดทุนไม่หวั่นผลประชามตินักลงทุนรับรู้แนวทางการเมือง

วงการตลาดทุนประสานเสียง “ประชามติไม่กระทบตลาดหุ้น” ผูุ้จัดการตลาดหลักทรัพย์มองผลกระทบต่างจากเบร็กซิท นักลงทุนรับรู้แนวทางการเมืองไทย

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้นั้น เชื่อว่า ผลกระทบกับตลาดหุ้นไทยจะไม่เหมือนกับเบร็กซิท เพราะการทำประชามติของไทยมีแผนที่ชัดเจนว่าหลังจากนี้จะเดินไปในทิศทางใด

“ผลกระทบประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้นเชื่อว่าจะไม่กระทบเหมือนกับการทำประชามติของอังกฤษ เพราะเราได้รับทราบกันอยู่แล้วว่า หลังจากการประชามติไม่ว่าจะออกทิศทางใดก็มีกระบวณการเดินหน้าอยู่แล้ว ซึ่งนักลงทุนได้รับทราบข่าวอย่างต่อเนื่อง”

นอกจากนี้แผนการลงทุนของรัฐบาลยังชัดเจน และออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น นักลงทุนควรมองภาพของระยะยาวว่ากระทบกับเศรษฐกิจหรือไม่ โดยแรงขายที่เกิดขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์มีส่วนหนึ่งเป็นการปรับพอร์ตของนักลงทุนเพื่อรองรับสถานการณ์ แต่ก็มีการขายทำกำไรออกมาเพราะดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สำหรับการรองรับสถานการณ์ ตลาดหลักทรัพย์จะไม่ออกมาตรการใดออกมาเพิ่มเติม เพราะมองว่ามาตรการที่มีอยู่เพียงพออยู่แล้ว

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBSTเปิดเผยว่า การลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. นี้ จะทำให้เกิดความชัดเจนอย่างในทางการเมืองไม่ว่าผลการลงประชามติจะออกมาอย่างไรจะไม่ส่งผลให้ตลาดหุ้นขึ้นหรือลงอย่างมีนัยยะ แต่ต้องรอดูปัจจัยพื้นฐานนั่นคือตัวเลขผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ถ้าตัวเลขที่ออกมาไม่ได้สนับสนุนตลาดมาก ดัชนีตลาดก็จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,480-1,550 จุด ดังนั้น นักลงทุนต้องจับตามองเรื่องตัวเลขของบริษัทจดทะเบียนกล่าวด้วย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยว่า ผลการทำประชามตินั้นไม่ว่าจะออกมาทิศทางใด ก็จะส่งผลกระทบให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง เพราะช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นอันดับที่ 3 ของโลก สร้างผลตอบแทนในรูปเงินสกุลดอลลาร์ที่ระดับ 20 % แต่หากผลออกมาว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอาจจะปรับตัวลดลงแรงมากกว่า

เนื่องจากการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะทำให้เวลาการเลือกตั้งที่เดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นปลายปี 2560 อาจต้องเลื่อนออกไป 1 ปี อาจกระทบกับเงินทุนไหลเข้าในระยะสั้น ซึ่งตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงปรับฐานอยู่แล้วจะกดดันให้เกิดแรงขายมากขึ้น และทำให้ตลาดหุ้นอาจปรับลงมาที่ระดับ 1,450 จุดได้ แต่ในภาพของระยะยาวตลาดหุ้นยังสร้างผลตอบแทนกับนักลงทุนได้ เพราะดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำทำให้เงินไหลเข้าตลาดทุนมากขึ้น

ล่าสุดดัชนีตลาดหุ้นไทย 1,507.47จุด เพิ่มขึ้น9.96จุด ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 1.1 พันล้านบาท เป็นการขายวันแรกในรอบ15 วันที่ผ่านมา