ช่วงประกาศงบการเงินงวดครึ่งแรกปี 2559 ส่วนใหญ่บจ.ที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจะทยอยประกาศอัตราจ่ายเงินปันผล
เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศงบการเงินงวดครึ่งปี 2559 ของบริษัทจดทะเบียน ส่วนใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ทยอยประกาศอัตราการจ่ายเงินปันผลออกมา
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีบริษัทขนาดใหญ่ทยอยประกาศอัตราเงินปันผลออกมาแล้วบ้างแล้ว ประกอบด้วยบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.95 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.05 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 15 ส.ค. นี้ ด้านบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ก็ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 8.5 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1 บาท และจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 ส.ค. นี้
เช่นเดียวกับบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ (TPC) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของปูนซิเมนต์ไทย ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้นเป็น 0.80 บาท จากปีก่อนที่จ่ายเพียง 0.40 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนที่จะขอเพิกถอนหลักทรัพย์ โดยเตรียมจะขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 ก.ย. นี้ ส่วน บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) ก็ประกาศจ่ายปันผลในอัตราที่เท่าเดิมคือ 8 บาทต่อหุ้น
ขณะเดียวกัน มีบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่บางแห่งที่จ่ายปันผลระหว่างกาลลดลง เช่นกัน เช่น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ที่ประกาศจ่ายปันผลลดลงเหลือ 0.42 บาท จากปีก่อนที่จ่ายถึง 1.69 โดยเป็นไปตามผลกำไรที่ลดลงถึง 61% ขณะที่ ปตท.สผ. (PTTEP) ก็ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลลดลงเหลือ 0.75 บาท จาก 1 บาท เมื่อปีก่อน เป็นไปตามผลกำไรงวดครึ่งปีที่ลดลง 16.5% ขณะที่ ไดนาสตี้เซรามิก (DCC) ก็ประกาศจ่ายปันผลลดลงเหลือ 0.04125 บาท จาก 0.056 บาท เมื่อปีก่อน
บล.บัวหลวง ประเมินว่า ความสามารถที่บริษัทจดทะเบียนจะจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรอบครึ่งปี2559ประมาณ 60% ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งอยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของฝ่ายวิจัย มีแนวโน้มที่จะจ่ายปันผลระหว่างกาล โดยปกติการจ่ายเงินปันผลในครึ่งแรกจะต่ำกว่าในครึ่งหลัง โดยเราคาดว่าอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยจะอยู่ที่ 43% ของกำไรในครึ่งแรก
โดยมองว่า 3 ใน 4 ของบริษัทจดทะเบียน 60% ที่วิเคราะห์จะจ่ายเงินปันผลได้เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกของปีก่อน โดยหุ้นที่คาดว่าจะจ่ายปันผลระหว่างกาลให้ผลตอบแทนสูงสุด ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) รวมไปถึงกลุ่มโรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภค กลุ่มผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย เช่น พฤกษา (PS) ซึ่งเรามองว่าการประกาศ และจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจะของบริษัทจดทะเบียนไทยจะเป็นตัวช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของดัชนี
อย่างไรก็ตาม มีหลายบริษัทที่จะจ่ายปันผลลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่น กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ด้าน กรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน มองไปในทิศทางเดียวกันว่า การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปีนี้น่าจะสูงขึ้นจากครึ่งแรกของปี 2559 จากแนวโน้มกำไรที่เติบโตขึ้นเล็กน้อย โดยเป็นผลจากบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม Real Sector ซึ่งผลประกอบการดีขึ้น แต่กลุ่มพลังงานยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังต่ำกว่าปีก่อน
ส่วนช่วงครึ่งปีหลังนั้นคาดว่ากำไรจะเติบโตขึ้นอย่างมาก เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันที่น่าจะสูงกว่าครึ่งปีหลังของปี 2558 ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศก็มีแนวโน้มฟื้นตัว สำหรับหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงในปีนี้ ได้แก่ แอดวานซ์ (ADVANC) อินทัช (INTUCH) ศุภาลัย (SPALI) และแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH)







