วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับโมเดล‘เอ็กซิมแบงก์’

เตรียมจ้างที่ปรึกษาฯ ดูงานจากทั่วโลกมาประยุกต์ใช้กับไทย

 

“เอ็กซิมแบงก์” เตรียมจ้างที่ปรึกษาปรับโมเดลธุรกิจใหม่ ศึกษาบทบาทเอ็กซิมแบงก์ทั่วโลกมาประยุกต์ใช้กับไทย หวังเปลี่ยนบทบาทในการสนับสนุนภาคการค้า-การส่งออกให้เติบโตต่อเนื่อง ชี้สิ่งที่ทำอยู่กว่า 22 ปี แบงก์พาณิชย์ทำแล้ว ต้องหันไปทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำ คาดภายใน 18 เดือนได้เห็น

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา มาศึกษารูปแบบ หรือโมเดลธุรกิจใหม่ให้กับธนาคาร เพราะบทบาทที่ธนาคารทำมาตลอด 22 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ได้เข้ามาทำแล้ว ธนาคารจึงควรที่จะเปลี่ยนบทบาทใหม่ในการสนับสนุนภาคการค้าและการส่งออกของไทยใหม่ เข้าไปทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำ

โดยโจทย์ใหญ่ที่ให้บริษัทที่ปรึกษาเข้าไปดู คือ การบทบาทธนาคารเพื่อการส่งออกของทั่วโลกว่าเป็นอย่างไร แล้วนำมาปรับเป็นโมเดลธุรกิจของไทยโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาประกอบกับนโยบายภาครัฐว่าอยากให้เอ็กซิมแบงก์พัฒนาไปในทิศทางใด ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

ทั้งนี้บทบาทของเอ็กซิมแบงก์แต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน ที่ปรึกษาก็ต้องไปดูรูปแบบของแต่ละที่ เช่น ไจก้า และเอ็กซิมแบงก์ของสหรัฐ ดูว่าจุดแข็งของประเทศเราคือจุดไหน แล้วนำมาปรับเป็นโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมกับไทย ซึ่งที่ปรึกษามีระยะเวลาทำงาน 18 เดือน หลังจากได้ข้อสรุปแล้วธนาคารก็จะเสนอรัฐบาล เพื่อขอปรับบทบาทการทำงานต่อไป

“ถามว่าหากไม่ปรับตัวจะเป็นไร เอ็กซิมแบงก์ก็ยังไปได้ เพราะมีกำไรปีละ 1,300-1,400 ล้านบาท เพียงแต่จะตีบตันไปเรื่อยๆเพราะสิ่งที่ธนาคารทำอยู่ คนอื่นก็เข้ามาทำแล้ว แถมธนาคารพาณิชย์ยังมีสาขา มีเน็ตเวิร์คที่พร้อมกว่าขณะที่ธนาคารเรามีสาขาไม่เยอะ จึงต้องทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำ”

เขากล่าวต่อว่า ในเบื้องต้นสิ่งที่ธนาคารจะต้องมุ่งไป คือการทำธุรกิจประกันการส่งออก จะต้องผลักดันพอร์ตประกันการส่งออกให้มากขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยผู้ประกอบการในการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังจะมีการทำฐานข้อมูลด้านการส่งออก ทั้งตลาดและบริษัทคู่ค้าการส่งออกให้มากขึ้น และเป็นระบบ

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ในต่างประเทศมีการซื้อขายข้อมูลกัน แต่ของเราให้บริการฟรี ก็อาจจะต้องปรับใหม่ ตั้งหน่วยทำการขายข้อมูลโดยเฉพาะ นอกจากเป็นรายได้แล้ว ก็ยังมีส่วนช่วยผู้ประกอบการไทย ทำให้มีข้อมูลของคู่ค้า เพราะเมื่อรู้จักแล้ว ต้นทุนก็อาจจะถูกลง นอกจากนี้การให้บริการของธนาคาร ก็จะมุ่งไปที่กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากขึ้นด้วย

ด้านนายเขมทัศน์ สายเชื้อ รองกรรมการผู้จัดการ เอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารในงวดครึ่งปีแรกของปี 2559นั้น เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยครึ่งปีแรกธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 600 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 1,200 ล้านบาท แม้ว่าในปีนี้ธนาคารจะทำสินเชื่อแบบผ่อนปรนมากขึ้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยปรับลดลง ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น

ส่วนการปล่อยสินเชื่อใหม่นั้นอาจจะต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย โดยธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 8,000 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 18,000 ล้านบาท ซึ่งในงวดครึ่งปีแรกธนาคารควรทำได้ 9,000 ล้านบาท แต่ก็เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ สำหรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีนั้น ปล่อยได้ 240 ราย จากเป้าหมายทั้งปี 600 ราย ซึ่งถึงแม้ต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วทั้งปีที่ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ 340 ราย