ปรับเพิ่มคำแนะนำ เก็งกำไรเงินชดเชยจากการคืนคลื่นที่จะได้รับจากกสทช.
ประเด็นการลงทุน
เราเพิ่มปรับคำแนะนำจาก "ขาย" มาเป็น "ซื้อเก็งกำไร" สำหรับการคาดการณ์ในประเด็นที่ว่า MCOT จะได้รับเงินค่าชดเชยจากกสทช. สำหรับการคืนคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซจำนวนครึ่งหนึ่งที่มีอยู่ในมือทั้งหมด ซึ่งเราประเมินว่ามีแนวโน้มเพิ่มมูลค่าให้กับ MCOT ได้อีก 14.5 บาทต่อหุ้น ดังนั้นราคาเป้าหมายใหม่ของเราจึงคำนวณรวมมูลค่าเพิ่มจากเงินค่าชดเชยดังกล่าวที่ได้รับจากกสทช.เข้าไปแล้ว การปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น MCOT ในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทแต่อย่างใดซึ่งยังคงอ่อนแอ และยังคงไม่มีสัญญาณของการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานแต่อย่างใดจนถึงปัจจุบัน ร่างพรบ.กสทช. อยู่ในช่วงวาระที่สองของการพิจาณาของสนช. และคาดว่าจะผ่านเป็นกฎหมายได้ภายในเดือนส.ค.–ก.ย. หรือไตรมาส 4/59
ส่องกล้องไตรมาส 2/59—พลิกกลับมาเป็นขาดทุนหลัก YoY
เราคาดขาดทุนสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 100 ล้านบาท พลิกกลับจากกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 ที่ 39 ล้านบาทและขาดทุนลดลง 32% QoQ หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชีของการบันทึกค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตัลในไตรมาส 2/59 จำนวน 8 ล้านบาท เราคาดขาดทุนหลักในไตรมาส 2/59 ที่ 92 ล้านบาท พลิกกลับจากกำไรหลักไตรมาส 2/59 ที่ 18 ล้านบาทและขาดทุนลดลง 35% QoQ ผลการดำเนินงานหลักที่แย่ลง YoY เนื่องจากรายได้โฆษณาที่ปรับตัวลดลง (จากการบริโภคในประเทศที่อ่อนตัวลง และการแข่งขันของทีวีดิจิตัลที่รุนแรงมากขึ้น) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง (ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน) ในส่วนของต้นทุนบริการมีแนวโน้มลดลงเพียงแค่ 1% YoY และ 4% QoQ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีแนวโน้มลดลง 7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ
รายได้รวมไตรมาส 2/59 มีแนวโน้มลดลง 18% YoY (แต่เพิ่มขึ้น 4% QoQ) จากรายได้ของธุรกิจทีวีและวิทยุที่ลดลง รายได้ธุรกิจทีวีมีแนวโน้มลดลง 34% YoY เนื่องจากการแข่งขันของเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิตัลที่รุนแรงมากขึ้น ช่วงวันหยุดยาวในเดือนเม.ย.–พ.ค. รวมถึงภาวะฝนที่ตกหนักมากกว่าปกติ แต่เพิ่มขึ้น 10% QoQ ซึ่งได้รับอานิสงค์จากปัจจัยด้านฤดูกาล ในส่วนของรายได้วิทยุมีแนวโน้มลดลง 15% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ รายได้สัมปทานมีแนวโน้มลดลง 5% YoY และ 2% QoQ เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/59 ที่ 12.5% เทียบกับ 27.6% ในไตรมาส 2/58 และ 4.8% ในไตรมาส 1/59
ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนสำหรับการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน
เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 สูงกว่าที่คาด เราจึงทำการปรับประมาณการผลขาดทุนสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 86% (มาอยู่ที่ขาดทุนสุทธิ 347 ล้านบาท) เรายังคงไม่เห็นสัญญาณของการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานอย่างชัดเจนจนถึงขณะนี้ ยกเว้นขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/59 ที่จะมีแนวโน้มลดลง QoQ เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เริ่มทรงตัว เรตติ้งเฉลี่ย (อายุ 4 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ) สำหรับช่องเอชดี (ซึ่งออกอากาศคู่ขนานกับช่องอนาล็อก) ขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากที่ลดลงไปต่ำสุดที่ 0.161 ในเดือนเม.ย. มาอยู่ที่ 0.187 ในเดือนมิ.ย. ในขณะที่เรตติ้งช่องแฟมิลี่ยังคงลดลงต่อเนื่องจาก 0.030 ในเดือนมี.ค.มาอยู่ที่ 0.020 ในเดือนมิ.ย.
ร่างพรบ.กสทช.ฉบับใหม่กำลังอยู่ภายใต้การพิจารณาของสนช.
ร่างพรบ.กสทช.ฉบับใหม่ได้ผ่านวาระแรกของการพิจารณาของสนช.แล้ว และอยู่ในขั้นตอนของวาระที่สองของการพิจารณาของสนช. ซึ่งจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในวงกว้าง เราคาดว่าจะผ่านเป็นกฏหมายในช่วงเดือนส.ค.–ก.ย. หรือภายในไตรมาส 4/59 ซึ่งจะให้อำนาจกสทช.สำหรับการจ่ายเงินค่าชดเชยคืนให้กับหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่ทำการคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้งานกลับไปยังกสทช.เพื่อทำการเปิดประมูลคลื่นความถี่ใหม่ MCOT ตั้งใจที่จะคืนคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซจำนวน 70 เมกะเฮิร์ซกลับไปให้กสทช. เพื่อทำการเปิดประมูลใหม่จากจำนวนทั้งหมด 140 เมกะเฮิร์ซที่มีอยู่ในมือ ถ้าอ้างอิงจากไอทียูที่ทำการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิร์ซไว้ที่ 1.5 หมื่นล้านบาทสำหรับจำนวน 15x2 เมกะเฮิร์ซ และใช้มูลค่าส่วนลด 85% จากมูลค่าคลื่นความถี่ที่ไอทียูประเมินไว้ และ MCOT ซึ่งคาดว่าจะคลี่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซจำนวน 70 เมกะเฮิร์ซ เราคาดว่า MCOT มีแนวโน้มที่จะได้รับเงินค่าชดเขยจำนวน 1 หมื่นล้านบาทจากกสทช. (หรือคิดเป็นมูลค่าเพิ่มให้กับ MCOT ได้อีก 14.5 บาท/หุ้น)






