จัดอันดับหุ้นที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเดือน ก.ค. พบ "มาสเตอร์คูล" เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากตลาด เอ็ม เอ ไอ ขึ้นมาครองแชมป์
ในเดือน ก.ค. 2559 ดัชนีหุ้นไทยยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีกเกือบ 6% จากเดือน มิ.ย. ล่าสุดปิดที่ 1,524.07 จุด เพิ่มขึ้น 79.08 จุด จากสิ้นเดือน มิ.ย. ที่ 1,444.99 จุด
แรงหนุนสำคัญที่ช่วยดันหุ้นไทยเดือนนี้มาจากหุ้นในกลุ่มสื่อสารและธนาคารพาณิชย์ โดยดัชนีกลุ่มสื่อสารเพิ่มขึ้น 11.98% จากเดือนก่อน ขณะที่ดัชนีกลุ่มแบงก์ เพิ่มขึ้น 11.12% จากเดือนก่อน
โดยหุ้น 3 ตัวแรกที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป) มากสุดในกลุ่มสื่อสาร ต่างปรับตัวขึ้นได้เกินกว่า 10% โดยแอดวานซ์ (ADVANC) เพิ่มขึ้น 12.65% ปิดที่ราคา178 บาท อินทัช (INTUCH) เพิ่มขึ้น 10.59% ปิดที่ราคา 60 บาท ขณะที่ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เพิ่มขึ้นถึง 24.3% ปิดที่ราคา8.95 บาท ส่วนดีแทค (DTAC) และจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ราคาหุ้นทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้กลุ่มสื่อสารยังได้แรงหนุนจากหุ้นเจ มาร์ท (JMART) ที่เพิ่มขึ้น 19.38% ปิดที่ราคา 11.7 บาท รวมไปถึงหุ้นไอพีโอน้องใหม่อย่าง เอแอลที เทเลคอม (ALT) ที่ราคาเพิ่มขึ้นจากราคาไอพีโอกว่า 70% ปิดที่ราคา 8.25 บาท
ขณะที่การจัดอันดับหุ้นที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเดือน ก.ค. นี้ ‘มาสเตอร์คูล’ (KOOL)และเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากตลาด เอ็ม เอ ไอ ขึ้นมาครองแชมป์หุ้นวิ่งแรงสุด 5 อันดับแรก โดยราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 130% จากเดือนก่อน ปิดที่ราคา5.60 บาท ถัดมาคือ สว่างเอ็กซ์ปอร์ต (SAWANG) เพิ่มขึ้น 76.25% ปิด 24.5 บาท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เพิ่มขึ้น 68.36% ปิดที่ราคา 3.30 บาท
อรมงคล ตันติธนาธร นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า โดยภาพรวมหุ้นในกลุ่มสื่อสารราคาหุ้นค่อนข้างเต็มมูลค่าที่ประเมินไว้ เพราะครึ่งปีหลังนี้กำไรน่าจะยังถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดยังสูงอยู่
ด้านกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ราคาหุ้นต่างเพิ่มขึ้นได้ถ้วนหน้า ยกเว้นเพียงซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ซึ่งปิดที่ราคา 1.16 บาท ลดลง 1.69% ส่วน 2 แบงก์ใหญ่อย่าง ไทยพาณิชย์ (SCB) เพิ่มขึ้น 14.02% ปิดที่ราคา158.5 บาท และกสิกรไทย (KBANK) เพิ่มขึ้น 13.92% ปิดที่ราคา197.5 บาท ขณะที่ธนาคาร 3 แห่ง ที่เน้นสินเชื่อเช่าซื้อ ได้แก่ ธนชาต (TCAP) ทิสโก้ (TISCO) และเกียรตินาคิน (KKP) ต่างเพิ่มขึ้นได้เกิน 10%
ชาลี กือเย็น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ เปิดเผยว่า ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ค่อนข้างจะร้อนแรงไปบ้างเมื่อเทียบกับการฟื้นตัวในเชิงปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตามแนวโน้มกำไรช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเห็นการเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรก โดยหลักเป็นผลจากการตั้งสำรองที่ลดลง หลักจากตั้งสำรองไปค่อนข้างมากในช่วงครึ่งปีแรก
ขณะที่ยอดการปล่อยสินเชื่อน่าจะเติบโตได้อีกราว 2-3% ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ภาพทั้งปีนี้น่าจะช่วยให้ยอดปล่อยสินเชื่อโตได้ราว 6-7%
“โดยรวมแล้วหุ้นกลุ่มแบงก์ยังคงถือลงทุนได้ในระยะยาว แต่ในระยะสั้นมองว่าราคาหุ้นอาจจะผันผวนหลังจากที่ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างแรงกว่าการฟื้นตัวในเชิงปัจจัยพื้นฐาน สำหรับกลุ่มนี้ยังชอบแบงก์ขนาดเล็กมากกว่า”








