วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KKP - ซื้อ

กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ประเด็นการลงทุน

จากการประชุมกับทาง KKP วานนี้ เรายังคงประมาณการกำไรปี 2559 เดิมที่ 4.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY กำไรที่เติบโตจะมาจากสินเชื่อที่เริ่มขยายตัว, ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้นและการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เรามอง KKP อาจมีอัพไซด์จากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำกว่าเราคาด และมีดีล IB ที่ดีขึ้นในครึ่งหลังปี 2559 และกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่สูงขึ้นประมาณการ ปัจจุบัน KKP ซื้อขายอยู่ในระดับ PBV ณ สิ้นปี 2559 เพียง 1.1 เท่า ด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2559 อยู่ที่ 6.4% และปี 2560 ที่ 6.7% เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”

เน้นสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงเพื่อชดเชยสินเชื่อที่ชะลอตัว

ผู้บริหารยืนยันเป้าอัตราการเติบโตของสินเชื่อปี 2559เติบโตที่ 0-5% ปีนี้ธนาคารหันไปปล่อยสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงมากขึ้น อย่างสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเช่าซื้อรถมือสอง และสินเชื่อ SME แทนสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ โดยสิ้นเดือนมิ.ย. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์หดตัวลงมาอยู่ที่ 60% ของสินเชื่อทั้งหมดจาก 73% ในปี 2558 นอกจากนี้ผู้บริหารยืนยันเป้าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตตามเป้าเดิม ที่อย่างน้อย 15% ส่งผลให้บริษัทคาดว่าเป้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปีนี้จะอยู่ที่ 4.5% จาก 4.3% ในปีที่แล้ว

รายได้จากตลาดทุนยังมีอาจปรับเพิ่มขึ้น YoY เราคาดรายได้ของทั้งแผนก IB และฝ่ายจัดการสินทรัพย์จะอยู่ที่อย่างน้อย 500 ล้านบาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมจาก Thailand Future Fund) ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ทั้งนี้เรายังคงรักษาประมาณการสินเชื่อทั้งปีเติบโตที่ 5% เมื่อเทียบกับเป้าบริษัทที่อิงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 4.5%

สำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯมีโอกาสปรับลง ซึ่งหมายถึงอาจมีอัพไซด์เพิ่ม

KKP กล่าวว่าสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในไตรมาส 2/59 มาจากกลุ่มอสังหาฯ (50% ของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งหมดหรือ 5.7 พันล้านบาท) ซึ่งมีหลักประกันค้ำอยู่เต็มจำนวน จึงมองว่าธนาคารไม่ต้องตั้งค่าสำรองเพิ่มในครึ่งหลังปี 2559 เรามอง KKP มีโอกาสปรับลดการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลงจากปีที่แล้ว ทั้งนี้บริษัทตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในปี 2558 อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท ซึ่งรวมการตั้งด้อยค่าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองมูลค่ารวม 2 พันล้านบาท โดยในครึ่งแรกปี 2559 ประมาณ 48% ของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองซึ่งมีการด้อยค่าลดลงจากปีก่อนมาก เราประเมินการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในปี 2559 จะอยู่ที่ 3 พันล้านบาท ซึ่งการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำกว่าคาดจะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเรา ทั้งนี้ KKP ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในครึ่งแรกปี 2559อยู่ที่เพียง 1.2 พันล้านบาท (ประมาณ 650 ล้านบาทเป็นการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯทั่วไป)

ธุรกิจขายสินทรัพย์ดูดีขึ้นครึ่งหลังปี 2559เป็นอัพไซด์ต่อกำไร

KKP วางแผนขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มูลค่ารวม 1.6 พันล้านบาท ด้วยประมาณการกำไรกว่า 800 ล้านบาทใกล้เคียงปีที่แล้ว ซึ่ง KKP บันทึกกำไรที่ 844 ล้านบาท จากการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปื 2558 เราคาดยอดขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปี 2559 จะอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท และกำไรที่ 550 ล้านบาท หาก KKP รายงานกำไรจากการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงกว่าคาด เรามองปัจจัยดังกล่าวจะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเรา ทั้งนี้ KKP ขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มูลค่า 373 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 กำไร 198 ล้านบาท และ 360 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 กำไร 141 ล้านบาท เราเชื่อว่าเศรษฐกิจที่ดีขึ้นครึ่งหลังน่าทำให้กำไรการขายสินทรัพย์ฯดีขึ้นจากครึ่งปีแรก