วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศูนย์วิจัยกสิกรไทย' มั่นใจจีดีพีปีนี้โต 3%

"ศูนย์วิจัยกสิกรไทย" มั่นใจจีดีพีปีนี้โต 3% ตามเป้า เชื่อผลประชามติร่างรธน.ไม่กระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจ ห่วง Brexit ทำส่งออกทั้งปีติดลบ 2%

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยถึงกรณีที่จะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ว่าไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ผ่านหรือไม่ผ่านการรับร่างนั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ของไทยในปีนี้ โดยมองว่าจีดีพีในครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้ 2.9% และทั้งปีขยายตัวได้ 3% ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐ และเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งได้ในปี 2561 ตามแผนโรดแมพของรัฐบาล

ขณะที่ภาคเอกชน และนักลงทุนยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว และจากปัจจัยพื้นฐานหลักเป็นสำคัญ มากกว่าการลงประชามติ ขณะที่เศรษฐกิจไทยล่าสุด เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ยังต้องมีปัจจัยที่ต้องจับตามอง คือ การเบิกจ่ายงบประมาณจากภาครัฐ ที่ตั้งเป้าหมายว่าจะขยายตัวได้ 11% จะได้ตามเป้าหมายหรือไม่

"ที่เราต้องจับตามองสำคัญ คือ เรื่องการลงทุน การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่ตั้งไว้ที่ 11% จะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ เพราะหากได้ตามเป้าหมาย เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อจีดีพีของไทยในปีนี้และอาจจะมีการปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้เพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน”นายเชาว์ กล่าว

นายเชาว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปัจจัยที่น่าเป็นห่วงในครึ่งปีหลัง คือ เรื่องการส่งออกที่ทั้งปียังคาดว่าจะติดลบที่ 2% ซึ่งมองว่าในครึ่งปีหลังการส่งออกมีโอกาสที่จะติดลบมากกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป ทำให้การค้าของอังกฤษและยุโรปชะลอตัวลง โดยต้องจับตาการเจรจาระหว่างอังกฤษและยุโรปว่าจะเกิดขึ้นรวดเร็วหรือไม่ เพราะหากมีความล่าช้าในการดำเนินการ เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกทั้งปีนี้แน่นอน

ส่วนกระแสเงินทุนไหลเข้าไทยในช่วงนี้ เนื่องจาก ตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 26-27 กรกฎาคมนี้แน่นอน แต่เชื่อว่าในช่วงปลายปีนี้เชื่อว่าจะเห็นการปรับขึ้นอัตรดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งแน่นอน หากเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้น ในส่วนของค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ไม่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก เพราะขณะนี้ยังคงเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับสกุลอื่นๆในภูมิภาค