วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โกลเบล็ก' คาดหุ้นสัปดาห์นี้แกว่ง 1,485-1,520 จุด

"บล.โกลเบล็ก" คาดดัชนีสัปดาห์นี้ขยับในกรอบ 1,485 - 1,520 จุด จับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น แนะซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มถ่านหิน

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก (GBS) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยสะท้อนปัจจัยบวกจากคาดการประชุม FOMC ธนาคารกลางสหรัฐในสัปดาห์นี้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.5% รวมถึงในวันที่ 29 ก.ค. การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งคาดว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินอย่างน้อย 20 ล้านล้านเยน (1.88 แสนล้านดอลลาร์) และการที่นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิต่อเนื่อง 10 วันมูลค่ารวมกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท ส่วนปัจจัยบวกในประเทศเป็นเรื่องที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการขนาดใหญ่เพื่อเร่งผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม-สีแดงอ่อน โครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ส่วนต่อขยาย รถไฟทางคู่ มาตรการฟื้นฟู SMEs

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะเปิดเผยผลการทำ Stress Test ภาคธนาคารในวันที่ 29 ก.ค. โดยคาดว่าธนาคารบางแห่งในอิตาลีจะถูกระบุว่าอยู่ในภาวะขาดแคลนเงินทุน และราคาน้ำมันปรับตัวลงล่าสุด 43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวล Oversupply รวมถึง Demand ที่ขยายตัวต่ำกว่าปีก่อน

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตา การประกาศงบไตรมาส 2/2559 ของบริษัทจดทะเบียนภายในวันที่ 15 ส.ค. วันที่ 29 ก.ค. การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และจีนจะเปิดเผย GDP ไตรมาส 2/2559 และวันที่ 7 ส.ค. การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แม้ว่าจะมี Sentiment เชิงบวกจากคาดการณ์ BOJ จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมถึงนักลงทุนสถาบันต่างประเทศที่ยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลงแรง รวมถึงภาวะ Overbought ทางเทคนิคจะกดดันให้ทิศทางดัชนีผันผวนสูง

ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,485 - 1,520 จุด โดยแนะนำซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy ได้แก่ กลุ่มถ่านหิน เนื่องจากราคาถ่านหินทำ High ในรอบ 2 ปี ล่าสุดอยู่ที่ 64.4 ดอลลาร์ต่อตัน สะสมหุ้นกลุ่มปันผลครึ่งปีเด่นที่จะประกาศจ่ายหลังประกาศงบการเงิน ได้แก่ INTUCH, ADVANC, KKP, TCAP และ SPALI และหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตขึ้นได้แก่ PTG, SYNTEC, COM7, BCP, KCE, SGP, TFG และ ACAP