วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES (26 ก.ค.59)

รอผล FED

SET ยังคงปรับตัวขึ้นตามกระแส Fund flow ต่างชาติที่ไหลเข้าลงทุน ประกอบกับความคาดหวัง FED จะคงดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมครั้งนี้ ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,512.66 จุด (+3.53 จุด) Vol. 5.3 หมื่นลบ. โดย Foreign Net +1,905 ลบ. , Net TFEX +4,756 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

+ ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลง จากแรงกดดันราคาน้ำมันที่ทรุดตัว รวมถึงชะลอการลงทุนเพื่อฟังผลการประชุม FOMC วันที่ 26 – 27 ก.ค.

+ Foreign net buy 10 วันต่อเนื่องราว 2.7 หมื่นลบ

+ 26-27 ก.ค. การประชุม FOMC คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อไป

+ 29 ก.ค. การประชุม BOJ ซึ่งคาดว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินอย่างน้อย 20 ล้านล้านเยน (1.88 แสนล้านดอลลาร์)

- ราคาน้ำมันปรับตัวลงล่าสุด 44.3 US/Barrel จากความกังวล Oversupply หลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในอเมริกาเพิ่มขึ้น 14 แห่ง เป็น 371 แห่ง

- ECB จะเปิดเผยผล Stress Test ภาคธนาคารในวันที่ 29 ก.ค. โดยคาดว่าธนาคารบางแห่งในอิตาลีจะถูกระบุว่าอยู่ในภาวะขาดแคลนเงินทุน

>> ปัจจัยบวกจาก Fund Flow ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง รวมถึงคาดการณ์ BOJ จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุม 29 ก.ค. เป็นแรงหนุนต่อดัชนี อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯและราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลงเป็นแรงกดดันต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,500 – 1,520 จุด

กลยุทธ์การลงทุน Selective Buy กลุ่มที่มีปัจจัยบวก

- BEM CK คสช.เตรียมใช้ ม.44 แก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายล่าช้า เร่งหาผู้รับสัมปทานเดินรถใน 30 วัน

- BANPU LANNA ราคาถ่านหินทำ High ในรอบ 2 ปีล่าสุด 64.4 US/Tons

- กลุ่มปันผลครึ่งปีโดดเด่น INTUCH ADVANC TCAP KKP SPALI

- หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตขึ้น HMPRO PTG SYNTEC COM7 BCP BANPU KCE SGP TFG ACAP KOOL

Analyst Meeting

KCE  ราคาปิด 91.75 บาท   Consensus เฉลี่ย 97 บาท

- กำไร Q2 มีแนวโน้มทำ new high ต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่มีกำไร 751 ลบ. +47%yoy จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 6% จากการขยายกำลังการผลิตทำให้รายได้เติบโต 2%qoq ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นจาก 34%ในไตรมาสแรกเป็น 35% จาก utilization rate ที่เพิ่มขึ้น คาดQ3 มีโอกาสทำnew high ต่อเนื่องจากกำลังผลิตเฟส3 ที่จะเริ่มดำเนินการ

- ปัจจุบันบริษัทมี exposure กับยุโรปลดลงเยอะจากปีก่อนหน้า และกรณี brexit บริษัทได้ทำ hedging ไว้

- ปี60 ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายเติบโต 14% โดยคาดจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นระดับ35%

หุ้นมีข่าว

- BEM (ราคาปิด 7.35 ราคา consensus สูงสุด 8.10) ข่าวดีรอเสียบ จ่อบุ๊กรายได้เดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง-ทางด่วนศรีรัช เดือนสิงหาคมนี้ ดันผลงานไตรมาส 3/2559 โตแรงส้มหล่นคว้างานสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายได้อานิสงส์จากมาตรา 44

- PTTGC (ราคาปิด 62.50 ราคาเหมาะสม 71) อวดความแข็งแกร่งผนึก SCC ลุยธุรกิจปิโตรเคมีเวียดนามพร้อมมั่นใจผลประกอบการไตรมาส 2/2559 เฉิดฉายกำไรงอกงาม 20-30% หลังราคาสินค้าปรับตัวขึ้น อานิสงส์สต๊อกน้ำมัน

- HMPRO (ราคาปิด 9.75 ราคาเหมาะสม consensus เฉลี่ย 10) แจ้งกำไรสุทธิ 2Q59 เท่ากับ 991 ลบ. +20%yoy ในช่วง 1H59 มีกำไรสุทธิ 1,857 ลบ. +19%yoy ฝ่ายวิจัยอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการและราคาเหมาะสม

- SCCC ซื้อหุ้น "โฮลซิม(ลังกา) ลิมิเต็ด" มูลค่า 1.31 หมื่นล้านบาทหรือ 373.47 ล้านเหรียญสหรัฐ

- THE เลื่อนประชุมผถห.พิจารณาแตกพาร์-ซื้อสินทรัพย์ออกไปไม่มีกำหนดจากเดิม 15 ส.ค.

- QTC เผยกลุ่ม"ตันธนสิน"ขายเทนเดอร์ฯ รวม 37.04% คงเหลือถือ 8.86%,เชื่อไม่เปลี่ยนธุรกิจ

ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -77.79 จุด

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,493.06 จุด ลดลง 77.79 จุด หรือ -0.42% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,097.63 จุด ลดลง 2.53 จุด หรือ -0.05% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,168.48 จุด ลดลง 6.55 จุด หรือ -0.30% หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงกว่า 2% ซึ่งฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงด้วย นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 26-27 ก.ค.

ตลาดน้ำมัน NYMEX -1.06 ดอลลาร์/บาร์เรล

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 43.13 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์และธนาคารบาร์เคลย์ส ได้แสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ปริมาณน้ำมันในสหรัฐยังอยู่ในระดับที่สูงมาก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากเบเกอร์ ฮิวส์ รายงานว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง