ธอส.ขอคลังขายหนี้เสียวงเงินไม่เกิน 1.4 หมื่นล้าน ชี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนลด “เอ็นพีแอล” เหลือ 3.5-4% ใน 4 ปี เน้นกลุ่มค้างชำระเกิน 3 ปี
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างขอกระทรวงการคลังตัดขายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) วงเงินไม่เกิน 1.4 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มที่ต้องการขายออกนี้ เป็นเอ็นพีแอลที่มีการค้างนานเกินกว่า 3ปี หรือเป็นกลุ่มที่กลับมาเป็นเอ็นพีแอลบ่อยๆ
การขายเอ็นพีแอลครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับลดเอ็นพีแอลของธนาคารให้ลดลงมาอยู่ในระดับ 3.5-4% ภายใน 4 ปี จากปัจจุบัน ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2559 เอ็นพีแอลของธนาคารอยู่ที่ระดับ 5.8% อย่างไรก็ตามการขายเอ็นพีแอลครั้งนี้ จะสามารถช่วยลดเอ็นพีแอลได้ประมาณ 1% หรือลดลงมาอยู่ในระดับ 4.8%
อย่างไรก็ตามการขายเอ็นพีแอลอาจจะต้องใช้เวลา 8-10 เดือน ซึ่งกว่าจะขายได้หมดอาจจะต้องกินเวลาไปถึงปีหน้าด้วย นอกจากนี้อาจจะขายไม่เต็มวงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท น่าจะขายได้ประมาณ 8 พันล้านบาท
“แผนลดเอ็นพีแอลให้เหลือ 3.5-4% อยู่ในวิสัยที่สามารถทำได้ ซึ่งการตัดขายเอ็นพีแอลก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการลดเอ็นพีแอลเท่านั้น ธนาคารยังต้องมีแผนงานอื่นประกอบด้วย ทั้งการดูแลสินเชื่อป้องกันไม่ให้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับกระบวนการมาตรการประนอมหนี้ทั้งหมด กำลังพิจารณา เช่น เวลาขายเอ็นพีแอลไปอาจจะขายราคาหนึ่ง แต่หากเราเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาเจรจา อาจจะได้ราคาเพิ่มขึ้น เป็นต้น”
การขายเอ็นพีแอลนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี การขายเอ็นพีแอลครั้งล่าสุดเมื่อปลายปี 2557 วงเงินประมาณ 8 พันล้านบาท รอบนี้ขอไปเมื่อ 2 เดือนก่อน แต่กระทรวงคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ถี่ถ้วน เพราะทางกระทรวงคลังก็เกรงว่าจะขัดหลักจริยธรรมในการดำเนินงาน ( Moral hazard) หรือปล่อยสินเชื่อไปแบบไม่ระมัดระวัง แล้วอ้างความจำเป็นมาขอขายออก เป็นต้น
สำหรับเป้าหมายเอ็นพีแอลในปีนี้ ธนาคารต้องทำให้อยู่ในระดับ 5.25%








