หยุดเวลาไว้ที่..“Farm Café เดอ กาลเวลา”

หยุดเวลาไว้ที่..“Farm Café เดอ กาลเวลา”

“Farm Café เดอ กาลเวลา”อนุสรณ์ของความรักที่มีต่อแม่และบ้านเกิด ด้วยพลังไอเดีย การจัดการ และตัวตนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นำความสำเร็จมาสู่พวกเขา

Farm Café เดอ กาลเวลา” ร้านขนมและของกินจากไร่ ที่โดดเด่นอยู่ใน ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี คือจุดเช็คอินต้องห้ามพลาดของนักท่องเที่ยว พ.ศ.นี้

ร้านน่ารักน่าชัง เดินทางเข้าสู่ขวบปีที่ 3 (ก่อตั้งปี 2556) ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือนไม่ขาดสาย วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ คนเต็มแน่นทุกที่นั่ง กิจการเติบโตขึ้นทุกปี จนต้องขยายพื้นที่ร้านเพื่อรองรับ นี่คือความสำเร็จเกินคาดคิดของ “ครอบครัวศรีสุขวงค์” หลังตั้งใจทำร้านแห่งนี้ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของคนเป็นแม่ “นิตยา ศรีสุขวงค์” ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 4 ปี ก่อน

“เริ่มจากผมอ่านเจอสมุดบันทึกของคุณแม่ ท่านเขียนเล่าถึงความฝันที่อยากมีร้านขนมสไตล์อังกฤษชนบท (English Country) คุณแม่เป็นชาวไร่ที่เติบโตมากับการทำไร่ แต่ชอบวิถีชีวิตของอังกฤษชนบทมาก ผมอ่านก็ซึมซับไปเรื่อยๆ จึงตัดสินใจทำร้านนี้ เพื่อระลึกถึงท่าน”

“เอก-พิศิษฐ ศรีสุขวงค์” ทายาทหมายเลข 3 บอกเล่าที่มาของร้าน Farm Café เดอ กาลเวลา” ผลผลิตจากความฝันที่ถูกตีความผ่านไดอารี่ของแม่ โดยใช้ชื่อที่สื่อถึงความเป็นชาวไร่ อาชีพดั้งเดิมของครอบครัว ผสานกับคำว่า “กาลเวลา” สะท้อนถึงกาลเวลาที่ผ่านมาของครอบครัวศรีสุขวงค์ โดยมีคุณแม่นิตยาเป็นจุดยึดเหนี่ยวสำคัญ ทั้งยังพ้องเสียงกับ “กาญจน์” บ่งบอกถึงความเป็นคนเมืองกาญจน์ขนานแท้ของพวกเขา

กิจการเล็กๆ เกิดขึ้นจากครอบครัว ถึงวันนี้การบริหารในแทบทุกส่วนก็ยังเป็นของสมาชิกครอบครัวเป็นหลัก โดยมีพี่สาวคนโต “ตุ้ม-ศุภรัตน์ แดงจันทร์” เป็นแม่ครัวอาหารคาว พี่สาวคนรอง “ตู่-รัติยา ศรีสุขวงค์” เป็นมือวางเรื่องของหวาน หลานชาย “ทอส-สฤษฎ์ แดงจันทร์” รับผิดชอบเมนูเครื่องดื่มทั้งหมดในร้าน ส่วน พิศิษฐ ก็ใช้ความสามารถด้านออกแบบตกแต่งภายใน จากการเรียนมาทางด้าน Interior Design และประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบตกแต่งหน้าร้าน ให้กับ กลุ่มเซ็นทรัล และท็อปส์ มาเนรมิตร้านเล็กๆ ให้ชิคและคูลขึ้น

“ผมเป็นมัณฑนากร และมีโอกาสมาทำงานในส่วนของมาร์เก็ตติ้ง เลยได้วิชาการตลาดเข้ามาด้วย กลายเป็นการผสมผสาน ระหว่าง ธุรกิจกับศิลปะ  แต่กับการทำร้านนี้ ผมไม่ใช้ทฤษฎีอะไรเลย ไม่เอาธุรกิจ ใช้ความรู้สึก และความรักอย่างเดียวเท่านั้น”

เขาสารภาพตรงๆ ถึงจุดยืนในการทำร้าน เราเลยได้เห็น Farm Café เดอ กาลเวลา เป็นร้านที่โดดเด่นและจัดเต็มเรื่องการตกแต่งเอามากๆ โดยเจ้าตัวบอกว่า เฉพาะค่าก่อสร้างในร้านส่วนแรกใช้เงินไปประมาณ 1.5 ล้านบาท รวมค่าตกแต่งก็ใช้ไปประมาณ 2 ล้านบาท วันนี้ร้านขยายมาเป็น 3 โซน ซึ่งทุกโซนยังใส่ใจในทุกรายละเอียของการตกแต่ง พอถามว่าหมดเงินไปเท่าไรแล้ว เจ้าตัวตอบแค่..

“จำไม่ได้ (หัวเราะ) แต่อาศัยเรามีทีมช่างของเราเอง ใช้วัสดุที่เรียบง่าย จึงทำได้เร็ว แล้วก็ไม่ยุ่งยากมากนัก โดยคอนเซ็ปต์คือ เราจะทำร้านให้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ขาด เพื่อที่จะได้เติมของใหม่ลงไปได้เรื่อยๆ” เขาบอกแนวคิด

ร้านจากกาลเวลา ตั้งอยู่ในเมือง แถมยังหลบอยู่ในซอย ง่ายๆ ถ้าไม่ตั้งใจไปก็คงไม่ได้พบกัน นั่นคือที่มาของการสะกัดจุดอ่อน มาทำร้านให้โดดเด่น ไม่แค่การออกแบบที่เจ๋ง แต่ยังรวมถึงคอนเซ็ปต์โดยรวมของร้านให้มี “เสน่ห์” น่าดึงดูดใจด้วย ตั้งแต่เมนูอาหารคาวที่เน้น ความเป็นท้องถิ่น ผสานความร่วมสมัย อาหารหวานและเครื่องดื่มก็ต้องมีคอนเซ็ปต์ อย่าง กาแฟ ก็ใช้เมล็ดกาแฟที่ปลูกในเมืองกาญจน์ ผสานเข้ากับกาแฟจากเชียงราย วัตถุดิบส่วนใหญ่ เช่น ผักสลัด ผลไม้ ก็ใช้จากไร่ของพวกเขา ที่อยู่ในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ใน ต.วังขนาย พนักงานใช้คนท้องถิ่น ให้บริการด้วยความใสซื่อ ไม่ประดิษฐ์ เอาความเป็นธรรมชาติของคนเมืองกาญจน์ มาสร้างเสน่ห์ให้ร้านเล็กๆ แห่งนี้

ด้วยการคิดตั้งแต่ต้นจนจบ  ไม่ต้องเป็นมืออาชีพ และไม่ทำทุกอย่างให้ “เพอร์เฟค” แต่ใช้ความจริงใจนำธุรกิจ ทำให้ Farm Café เดอ กาลเวลา ค่อยๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้น และดูฮอตเอามากๆ ในโลกโซเชียล โดยมีผู้คนแวะมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย จนที่นั่งที่จัดไว้รองรับคน 120  ชีวิต เต็มแน่นทุกพื้นที่ มีรายได้ในปีแรกที่กว่า 3 ล้านบาท ปีที่สองขยับมาที่ประมาณ 4 ล้านบาท พัฒนาการสำคัญ คือ ต้นทุนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 70% จึงพอทำกำไรได้ และอยู่รอดได้ในเชิงธุรกิจ

ร้านแรกประสบความสำเร็จ แต่เจ้าตัวยังยืนยันว่า ถึงตอนนี้ยังไม่มีแผนที่จะขยายร้าน หรือแม้แต่การขายแฟรนไชส์ เพราะนั่นไม่ใช่จุดมุ่งหมายตั้งแต่ต้นของพวกเขา ก็แค่อยากทำร้านเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับแม่ และมีพื้นที่ให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน และมีความสุขในทุกๆ วัน ซึ่งนั่นก็นับว่า สมความตั้งใจตั้งแต่ต้นแล้วของพวกเขา

ส่วนเป้าหมายในอนาคตที่ยังอยากทำ คือการปรับให้ไร่ที่อยู่ถัดไปประมาณ 10 กิโลเมตร กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อส่งต่อนักท่องเที่ยวจากร้าน ให้ไปซึมซับความสุขแบบเต็มอิ่ม ได้ที่ไร่ของพวกเขา

วันนี้ใครๆ ก็อยากออกมาเป็นเจ้าของกิจการ มีความฝันที่อยากมีร้านชิคๆ เก๋ๆ คนอยู่ในสนามบอกเราว่า การทำธุรกิจต้องเริ่มจาก “คอนเซ็ปต์” และคอนเซ็ปต์นั้นต้องออกมาจากตัวตนของเราเอง ในรูปแบบของตัวเอง ไม่ใช่ไปเลียนแบบใคร หรือไปตามกระแส ที่สำคัญต้องมีเรื่องของ “การบริหารจัดการ” โดยไม่ว่าจะสินค้า หรือบริการ ก็ต้องตอบเรื่อง “คุณภาพ” ให้ได้  ซึ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำยากมาก แต่สำคัญกับความอยู่รอดของธุรกิจ และสำคัญกว่าไอเดียด้วยซ้ำ

“แต่ละที่ที่คนไป เขาอาจไปเพราะความสวยงาม หรือไอเดีย แต่ท้ายที่สุดถ้าเขาจะกลับมา ต้องเกิดจากความรู้สึกที่เขาชอบในตัวเรา ในหัวใจของเรา ซึ่งก็คือ สินค้าและการบริการ ถ้าซื้อใจเขาได้ เขาก็จะกลับมา” คนหนุ่มบอก

เรื่องเล่าจากไดอารี่ของแม่ จบลงแล้วในบรรทัดสุดท้าย แต่ธุรกิจที่ลูกๆ ร่วมกันสร้างขึ้น ยังคงเดินทางต่อไป   เพื่อรอเสิร์ฟความสุขให้กับผู้คนอย่างไม่มีวันจบ อยู่ที่.. Farm Café เดอ กาลเวลา

....................................

Key to success

เมนูธุรกิจ Farm Café เดอ กาลเวลา

๐ สร้างเป็นอนุสรณ์ความรักที่มีต่อแม่

๐ ใช้ความถนัดที่สมาชิกครอบครัวมีมาเริ่มธุรกิจ

๐ คอนเซ็ปต์ชัดเจน สะท้อนตัวตนคนทำ

๐ สร้างเสน่ห์ทั้งอาหาร และการบริการ

๐ ออกแบบให้ขาด เพื่อเติมของใหม่ได้เสมอ

๐ คุณภาพสินค้าและบริการสำคัญกว่า ไอเดีย