วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ททท.จีบ‘อีวีเอแอร์’รุก5เมืองใหญ่อเมริกา

ททท.เสริมพันธมิตรกลยุทธ์บุกตลาดสหรัฐ เจรจาสายการบินอีวาแอร์ ดึงลูกค้าจาก 5 เมืองใหญ่ ดึง “บรู้ค ชีลด์ส”โปรโมทท่องเที่ยวเชิงสุขภา

            นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา กล่าวว่า ในเดือน ส.ค.ททท.ตลาดอเมริกา รวมกับ ททท.ตลาดเอเชียตะวันออก จะเดินทางไปพบกับผู้บริหารของสายการบินอีวีเอแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินรายใหญ่จากไต้หวัน ในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดอเมริการวมถึงตลาดไต้หวันร่วมกัน เนื่องจากปัจจุบันไทยยังขาดพันธมิตรสายการบินที่เชือมต่อไปยังอเมริกา หลังจากที่การบินไทยยกเลิกเที่ยวบินตรงจากอเมริกาไปทั้งหมดแล้ว

สำหรับอีวีเอแอร์ นับเป็นพันธมิตรที่มีศักยภาพมาก เนื่องจากมียุทธศาสตร์เส้นทางบินที่เหมาะสมกับตลาดอเมริกา ที่มักจะเลือกเส้นทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาสู่เอเชียเพราะระยะทางใกล้กว่า โดยมีจุดแวะพักแห่งเดียวที่สนามบินในกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน ประกอบกับปัจจุบันอีวีเอแอร์ ขยายตลาดไปยังอเมริกาเพิ่มขึ้น เพิ่มจุดบินจากไทเปสู่ 5 เมืองใหญ่ได้แก่ ฮุสตัน, ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก, ซานฟรานซิสโก, ซีแอตเติล นอกจากนั้นยังบินตรงสู่ 2 เมืองในแคนาดา ได้แก่ โตรอนโต, แวนคูเวอร์ ซึ่งเมืองศูนย์กลางทางการเมืองและการค้า และสอดคล้องกับแผนการที่ ททท.กำลังจะเปิดสำนักงานแห่งใหม่ในแคนาดาภายในปีหน้าพอดีด้วย

“การผนึกกำลังกับสายการบินอีวีเอแอร์ครั้งนี้ จะอยู่ในรูปแบบร่วมกันทำตลาดจัดโปรโมชันร่วมกับบริษัทนำเที่ยว, ทำโฆษณาร่วม และจัดแฟมทริปสำหรับเอเยนต์ทัวร์และสื่อมวลชนร่วมกัน เหมือนกับที่จับมือกับสายการบินจากตะวันออกกลางเพื่อส่งเสริมตลาดยุโรปไปก่อนหน้านี้ ซี่งหากพิจารณาจากภูมิศาสตร์แล้ว การเลือกสายการบินจากเอเชียตะวันออกจะเหมาะสมกว่า เพราะสามารถบินตรงเข้าอเมริกาได้รวดเร็วกว่า โดยเฉพาะเมืองที่มีศักยภาพในฝั่งตะวันตกของประเทศ เช่น ซีแอตเติล ศูนย์กลางของบริษัทรายใหญ่ระดับโลก ที่จะไม่เลือกการเดินทางผ่านฮับในตะวันออกกลาง เพราะไกลกว่า”

ทั้งนี้ มั่นใจว่าตลาดภูมิภาคอเมริกากำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว สังเกตจากยอดนักท่องเที่ยวปี 2558 เติบโตถึง 12% เป็นจำนวน 1.16 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 8.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และแม้ว่าจะประสบภาวะวิกฤตเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แต่อัตราเฉลี่ยของการเติบโตในรอบปี 2550-2558 ที่ผ่านมา ในเชิงจำนวนยังเพิ่มขึ้นที่ 5% และรายได้เพิ่มสม่ำเสมอที่ 6% โดยในปีที่ผ่านตลาดอเมริกามีส่วนแบ่งรายได้เทียบกับตลาดต่างประเทศทั้งหมดที่ 6% ส่วนปีนี้คาดการณ์ว่าภูมิภาคอเมริกา จะมีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 1.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.04% สร้างรายได้ 9.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 15.72%

อย่างไรก็ตาม ในการวางกลยุทธ์เข้าเจาะตลาดอเมริกานั้น เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางจึงไม่สามารถวางแผนด้วยการลงโฆษณาผ่านสื่อหลักโดยตรง เนื่องจากงบประมาณสูง ค่าโฆษณทางโทรทัศน์สำหรับรายการที่มีเรตติ้งสูงราคาในหลักล้านบาทต่อนาที ดังนั้นจึงต้องเน้นกลยุทธ์บีโลว์ เดอะ ไลน์ หรือการใช้สื่ออื่นที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง วิธีการที่ ททท.ดำเนินการมาหลายปีและเริ่มเห็นผลตอบรับที่ดีคือ การทำการตลาดผ่านบุคคลมีชื่อเสียง (Celebrity Marketing) ให้มาถ่ายทำรายการในประเทศ เพื่อนำเนื้อหาออกไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ ทำให้สามารถเข้าถึงผู้ชมได้ครอบคลุมในงบประมาณที่คุ้มค่ากว่า

ล่าสุดได้รับการยืนยันจากบรู้ค ชีลด์ส ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดังในอดีตซึ่งยังคงมีงานในวงการบันเทิงต่อเนื่อง ปัจจุบันเตรียมผลิตรายการสุขภาพเชิงท่องเที่ยวชื่อ “Well travel” เพื่อเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์พีบีเอส และจะเดินทางมาถ่ายทำเทปแรกในประเทศไทย ททท.รับหน้าที่จัดเส้นทางเรียนรู้วิถีชีวิตในกรุงเทพ, เชียงใหม่, เชียงราย เน้นการเยี่ยมชมสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพดูแลกายและใจในแบบไทย เช่น นวดวัดโพธิ์ และไปพบกับท่าน ว.วชิรเมธี ที่จ.เชียงราย เป็นต้น ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.- 4 ส.ค.ซึ่งเมื่อรายการออกอากาศไปแล้ว คาดว่าจะทำให้เกิดการรับรู้และต้องการเดินทางตามรอยเพื่อรักษาสุขภาพมากขึ้น ตรงกับกลยุทธ์หลักปี 2560 ของ ททท.ที่ต้องการกระตุ้นตลาดที่มีค่าใช้จ่ายสูงเป็นหลัก จากที่ปัจจุบันตลาดอเมริกาใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 7.19 หมื่นบาท/ทริป คาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 3%

นอกจากนั้นสนับสนุนการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ WAGS (Wives and Girlfriends of Sport Celebrity) ซึ่งเป็นรายการประเภทเรียลิตี้โชว์ที่นำภรรยา, คู่หมั้น หรือแฟนสาวของนักกีฬาชื่อดัง มาทดสอบใช้ชีวิตหรูหราในประเทศไทย โดยเดินทางมาถ่ายทำที่ภูเก็ตไปแล้ว โดยร่วมมือกับโรงแรมศรีพันวา ออกอากาศผ่านสถานีเอล เน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นเคเบิลเน็ตเวิร์คออกอากาศทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน เตรียมส่งเสริมตลาดนักเรียนนักศึกษาและกลุ่มมิลเลนเนียลส์ ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปีเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นกลุ่มที่วันพักเฉลี่ยสูงกว่าทั่วไป เนื่องจากนิยมทำกิจกรรมและเดินทางไปหลากหลายพื้นที่ และมีจำนวนมากที่เดินทางเฉลี่ยถึง 30 วัน/ทริป แม้ว่าการใช้จ่ายต่อวันไม่สูง แต่มีศักยภาพในเชิงกระจายรายได้เพราะวันพักและจุดหมายเดินทางหลากหลาย