สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ และยุโรป (14-20 ก.ค. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวขึ้น DJIA +1.2%, DAX +2.1%, CAC ฝรั่งเศส +1.0% และ FTSE +0.9% เข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน หุ้นที่รายงานงบ 2Q59 ออกมาดีกว่าคาดปรับตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Morgan Stanley และ Microsoft นอกจากนี้แรงเก็งกำไรต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุม ECB ในวันที่ 21 ก.ค.
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (14-20 ก.ค. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 1.1% จากแรงขายทำกำไรหลังจากที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนหน้าเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น GDP, ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ทั้งนี้กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลง เช่น Jiangxi Copper Co. หลังรายงานผลผลิตโลหะเพิ่มขึ้น 7.6% ใน 1H59 สร้างความกังวลต่ออุปทานที่ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (14-20 ก.ค. 2559)
SET INDEX ไต่ระดับขึ้นทะลุ 1,500 จุดได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย ทั้งนี้การปรับตัวขึ้นผลักดันด้วยหุ้นหลักกลุ่ม ICT จากแรงเก็งกำไรต่อปันผลงวด 1H59 รวมถึงกลุ่มธนาคารที่เข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,502.70 จุด เพิ่มขึ้น 25.09 จุด หรือ +1.70% ณ วันที่ 21 ก.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (22-28 ก.ค. 2559)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” แม้ว่า SET INDEX จะทะลุแนว 1,500 จุด ขึ้นมาอย่างง่ายดายแล้วก็ตาม แต่ด้วยสภาพคล่องทางการเงินที่ล้นในระบบการเงินโลก อีกทั้งแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักไม่ว่าจะเป็น BoE / ECB หรือ BoJ ต่างส่งสัญญาณพร้อมเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยิ่งทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรในประเทศพัฒนาแล้วลดลง และติดลบมากขึ้น เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นในเอเชียเกิดใหม่อย่างหนาแน่น รวมถึงตลาดหุ้นไทย ทำให้ YTD ต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยระดับ 7 หมื่นล้านบาท +/- เราประเมินว่าเม็ดเงินทุนต่างชาติจะยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 3% ยังน่าดึงดูดอยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม SET INDEX จะยืนเหนือแนว 1,480-1,500 จุดได้ในระยะกลางหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานใน 2Q59 ของบริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นไทย หากออกมาดีกว่าคาด และมากพอที่ทำให้นักวิเคราะห์ปรับประมาณการปี 2559-2560 ขึ้น ย่อมให้ PE Ratio ของตลาดหุ้นไทยโดยรวมปรับตัวลง คลายความตึงตัวของ Valuation ของตลาดหุ้นไทย ณ ปัจจุบัน ใกล้ระดับ 16x สำหรับ PER16 เป็นโซนที่ตึงตัวมาก เช่นเดียวกับสัญญาณทางเทคนิค
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามรายงานผลการดำเนินงาน 2Q59 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย และ SCC
2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนมิ.ย.ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการบริโภค และ การลงทุนภายในประเทศ
3. ติดตามการประชุมเฟด วันที่ 27 ก.ค. และ BoJ วันที่ 28 ก.ค. ณ ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาดเฟด และ BoJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่การประชุม BoJ จะมีการส่งสัญญาณเพิ่มมาตราการทางการเงินหรือไม่ หากมีการเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินเพิ่มเติม อาจทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยยังมีโมเมนตัมเชิงบวกได้ต่อเนื่อง
ภาพรวมกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ ให้นักลงทุนเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงิน โดยเน้นประเด็นผลการดำเนินงานใน 2Q59 เป็นสำคัญ หรือหุ้นที่ให้ปันผลระหว่างกาลไม่ต่ำกว่า 2% เป็นทางเลือกของการลงทุน







