วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ศูนย์สิริกิติ์-อิมแพ็ค’เกาะกระแสรัฐดันยอดศูนย์ประชุมโต

เมื่อรัฐบาลแก้โจทย์เศรษฐกิจด้วยการกระตุ้นตลาดในประเทศ ทั้งการท่องเที่ยวทั่วไปและตลาดการจัดประชุม

ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่“ศูนย์ประชุม” เพื่อจัดประชุมของหน่วยงานรัฐในการขับเคลื่อนนโยบาย, และอีเวนท์ภาคเอกชนที่เป็นเวทีเจราธุรกิจและส่งเสริมการขายต่อผู้บริโภคเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และศูนย์ประชุมนานาชาติหาดใหญ่ เปิดเผยว่าแนวโน้มธุรกิจไมซ์ครึ่งปีหลังยังมีอัตราเติบโตดี โดยศูนย์สิริกิติ์ได้รับงานจัดประชุมและสัมมนาจากหน่วยงานภาครัฐเพิ่มขึ้น จนสัดส่วนเพิ่มจาก 15-20% ในปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 25% ประเภทของการจัดงานที่เพิ่มมากที่สุดคือ การประชุมและนิทรรศการด้านการส่งเสริมเอสเอ็มอี และธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นกิจการที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนเป็นพิเศษ คาดว่าจะมีส่วนผลักดันให้รายได้ปีนี้เติบโตราว 10% เพิ่มจากปีก่อนเติบโตที่ 7%

ดังนั้น จึงมอบแนวทางให้ศูนย์ประชุมหาดใหญ่ไปสร้างฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพให้มากขึ้น โดยอาศัยความสอดคล้องเรื่องธุรกิจต่างจังหวัดที่เริ่มมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่มือคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นลูกหลานของคนในท้องถิ่นที่ไปศึกษาและทำงานในกรุงเทพฯ มาระยะหนึ่ง เริ่มมีกระแสเดินทางกลับมาเปิดกิจการและทำงานที่บ้านมากยิ่งขึ้น ทำให้ธุรกิจต่อเนื่องจากการจัดประชุมต่างๆ เช่น บริษัทออกาไนเซอร์, ผู้รับเหมา, บริษัทให้บริการจัดเลี้ยงเกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งมีมาตรฐานและความคิดสร้างสรรค์กว่าเดิม เพราะผ่านประสบการณ์ทำงานที่กรุงเทพฯ มาก่อน สามารถช่วยทำให้การจัดประชุมสัมมนาและงานส่งเสริมการขายมีควาพร้อมมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาจากผู้ให้บริการส่วนกลางอย่างเดียว

“ต่อไปศูนย์ประชุมต่างจังหวัด ทั้งที่อยู่ภายใต้เอ็น.ซี.ซี.เอง และศูนย์ประชุมอื่นๆ โดยเฉพาะในไมซ์ซิตี้ เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ขอนแก่น ฯลฯ น่าจะให้ความสนใจกับงานกระตุ้นธุรกิจระดับชุมชนที่มีภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อนมากขึ้น เช่น กรมการพัฒนาชุมชน ที่มีแผนการส่งเสริมสินค้าโอท็อปทั่วประเทศไทย และภาคเอกชนเตรียมต่อยอดสร้างช่องทางจำหน่าย เช่น การบินไทย ที่เริ่มนำสินค้าไปจำหน่ายบนเครื่องบิน ห่วงโซ่เหล่านี้จะทำให้การจัดงานประชุมหรือนิทรรศการเกี่ยวกับสินค้าหรือธุรกิจท้องถิ่นจะเติบโตตามภูมิภาคต่างๆ ได้อีกมาก”

หลังการเข้าบริหารศูนย์หาดใหญ่ 8 ปี มีรายได้เติบโตกว่า 50% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คาดปีนี้จะรักษาอัตราเติบโตในระดับดังกล่าวได้ เนื่องจากใช้กลยุทธ์โคลนนิ่งการจัดงานส่งเสริมการขายเจาะกลุ่มผู้บริโภค (คอนซูเมอร์แฟร์) ลงไปในพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันสัดส่วนงานภาครัฐอยู่ที่ 70% และงานเอกชนอยู่ที่ 30%

สถานการณ์ผู้บริโภคโดยรวม จากการจัดงานประเภทคอนซูเมอร์แฟร์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วยว่า พบกำลังซื้อของคนไทยยังเติบโตได้ดีในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น การจัดงานของเครือสหพัฒน์ และงานประเภทท่องเที่ยวทั้ง 2 งานใหญ่คือ ไทยเที่ยวไทย และเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก แต่กำลังซื้อจะอ่อนตัวลงบ้างในกลุ่มสินค้าประเภทเทคโนโลยีสื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ และงานประเภทรถยนต์ ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่อุตสาหกรรมนั้นซบเซาลงไป

ดังนั้นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้นำเสนอต่อสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ไปแล้วคือ กระตุ้นให้กลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม) มาเลือกใช้ไทยเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้ามากขึ้น โดยนำเสนอความพร้อมในฐานะที่เป็นตลาดใหญ่ที่รวมศูนย์ผู้ซื้อมาได้สะดวก, มีสถานที่การจัดประชุมพร้อมรองรับงานทุกขนาด และประเทศนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างศูนย์ประชุมเองด้วย ประกอบกับโดยพื้นฐาน กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีก็ชื่นชอบในการเดินทางมาทำธุรกิจในไทยมากกว่าสิงคโปร์อยู่แล้ว เพราะมีความใกล้ชิดมากกว่า ดังนั้นจึงมีโอกาสมากในการนำเสนอไทยเป็นศูนย์กลางจัดสัมมนาและงานแสดงสินค้าให้ผู้จัดจากประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่ พอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า อิมแพ็ค มีอัตราการเช่าพื้นที่จัดงานจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ภาคเอกชน 63% รองลงมาเป็นหน่วยงานภาครัฐ 19% ตามด้วยลูกค้าจากต่างประเทศ 18%

ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เห็นสัญญาณเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น การจับจ่ายใช้สอยเริ่มกระเตื้อง อีกทั้งการลงทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีความเชื่อมั่นภาพรวมเศรษฐกิจทั้งระบบจะดีขึ้นในทิศทางเดียวกัน ยอดจองพื้นที่จัดงานยังคงมีเข้ามาต่อเนื่อง ทั้งงานเทรดโชว์ในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ที่เป็นเวทีการเจรจาธุรกิจระดับอาเซียนและระดับโลก อาทิ อุตสาหกรรมค้าปลีก RetailEX ASEAN, อุตสาหกรรมเกษตร SIMA ASEAN Thailand, อุตสาหกรรมก่อสร้าง BMAM & GBR Expo Asia, อุตสาหกรรมสปา World Spa & Well-being Convention เป็นต้น

ขณะที่งานแสดงสินค้าเพื่อผู้บริโภค ยังคงได้ภาครัฐบาลเป็นเจ้าภาพมหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ไทยแลนด์ อินดัสทรี เอ็กซโป 2016 ปลายเดือน ก.ค., งานโอทอปศิลปชีพ ในเดือน ส.ค. มาช่วยเสริมตลาด

นอกจากนั้น พบว่างานประชุมย่อยก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการลงทุนขยายห้องประชุมเพิ่มรวมกว่า 55 ห้อง เพื่อรองรับการจัดงานภาครัฐและเอกชนขนาดเล็กเพิ่ม และเร็วๆ นี้อิมแพ็ค จะยกระดับตัวเองเป็นจุดหมายท่องเที่ยว เพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการและจับจ่ายสินค้าอีก 1-2 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันที่มีผู้เดินทางเข้าชมงานและใช้บริการต่างๆ ในพื้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เฉลี่ย 10 ล้านคนต่อปี