วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

BH - ซื้อ

หลุมหลบภัยที่มูลค่ายังถูก ; ส่องกำไรฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2559

ประเด็นการลงทุน

BH ยังคงเป็นหุ้นที่มีมูลค่าระดับน่าสนใจเหมาะสมแก่นักลงทุนที่เป็น value investor ที่สุดของกลุ่มเนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับตัวช้ซึ่งเรามองว่าได้สะท้อนผลประกอบการที่ไม่ตื่นเต้นในครึ่งแรกของปี 2559 และ ไตรมาส 2/59 ไปมากแล้ว โดยเรามุ่งเน้นให้นักลงทุนมองถึงผลประกอบการที่จะฟื้นตัวดีขึ้นแบบมีอัตราการเติบโต YoY ได้ดีในครึ่งหลังของปี 2559 โดยปัจจุบัน BH ซื้อขายที่ระดับ PER ถูกที่สุดในกลุ่ม โดย BH ซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2559 ที่เพียง 36.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโรงพยาบาลสำคัญทั่วโลกที่ 39.1 เท่า ในขณะที่กำไรของ BH เติบโต 7 % ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยโรงพยาบาลสำคัญทั่วโลกที่ 8 % ในขณะที่ BH ยังคงสามารถรักษาระดับอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) ได้สูงที่สุดในกลุ่มที่ ROE อยู่ที่ 26.9% สำหรับปี 2559 เทีบกับค่าเฉลี่ยโรงพยาบาลสำคัญระดับโลกที่ 17.0% เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 250 บาท อิงค่า WACC ที่ 7.6% และ terminal growth rate ที่ 2.0%

ผลประกอบการไตรมาส 2/59 ทรงตัวตามคาด

เราคาดว่ากำไรหลักของ BH ในไตรมาส 2/59 ที่ 848 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 13% QoQ เนื่องจากช่วงโลว์ซีซั่น เราคาดว่ารายได้การแพทย์จะอยู่ที่ 4.6 พันล้าน เพิ่มขึ้น 5% YoY ลดลง 1% QoQ โดยจำนวนผู้ป่วยลดลง (ลดลงตัวเลขหลักเดียว YoY) จากฐานที่สูงในไตรมาส 2/58 (เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติพลิกลับมาแข็งแกร่งมากในไตรมาส 2/58 จากฐานที่ต่ำสืบเนื่องมาจากความไม่สงบทางการเมืองและรัฐประหารในเดือนพ.ค.2557) ทั้งนี้เราคาดรายได้ต่อผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้น YoY ได้ดีตามการรุนแรงของโรคและการปรับราคาหนุนให้รายได้เติบโตดังประมาณการข้างต้น ทั้งนี้เราคาดอัตรากำไรหลักที่ 18.5% ในไตรมาส 2/59 ลดลง 0.6% YoY และ 2.6% QoQ ทั้งนี้หลังจากการประกาศงบของไตรมาส 2/59 ในวันที่ 9 สิงหาคม เราคาดว่าบริษัทจะประกาศจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นกลางปีที่ 0.9 บาทต่อหุ้น XD ในเดือนส.ค และจ่ายเดือน ก.ย

คาดกำไรรายไตรมาสพลิกฟื้นเติบโต YoY ในไตรมาส 3/59 และ 4/59

BH น่าจะสามารถแสดงถึงกำไรรายไตรมาสฟื้นตัวโดยเติบโต YoY ได้ในครึ่งหลังของปี 2559 โดยเราคาดกำไรหลักครึ่งหลังของปี 2559 เติบโต 13% เทียบกับครึ่งแรกของปี 2559 ที่เติบเพียง 1% เนื่องจากฐานที่ตำมากในครึ่งหลังของปี 2558 โดยในช่วงไตรมาส 3/58 BH ได้รับผลกระทบด้านลบอย่างมากจากการเริ่มค้นพบโรค MERS เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่พบผู้ป่วยโรค MERS ในประเทศไทย ในวันที่ 18 ม.ย. 2558) และการระเบิดบริเวณศาลพระพรหม ในวันที่ 17 ส.ค. 2558 และเนื่องจากไตรมาส 4/ 59 BH ได้มีค่าใช้จ่ายครั้งเดียวเกี่ยวกับผลตอบแทนพนักงานที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาส 4/58 ซึ่งเราคาดว่าจะไม่มีรายการดังกล่าวในไตรมาส 4/59 โดยทำให้เราคาดว่าจำนวนผู้ป่วยในครึ่งหลังของปี 2559 น่าจะสามารถฟื้นตัว YoY ได้หลังจากลดลงถึง 20 -25% YoY ในเดือนมิ.ย.-กย. 2558 ทั้งนี้เราคาดกำไรของ BH จะกลับมาฟื้นตัวได้ดีในไตรมาส 3/59 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น โดยกำไรไตรมาส 3/59 มีแนวโน้มเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยเราคาดว่ากำไรในไตรมาส 4/59 จะติบได้ดี YoY อย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากำไรไตรมาส 4/59 จะลดลง QoQ เนื่องจากเป็นช่วงโลวซีซั่นก็ตาม

กำไรโตแบบปกติสม่ำเสมอและเงินสดท่วมบริษัท

เราคาดประมาณการการเติบโตของรายได้การแพทย์ของ BH ในมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมมองว่าอยู่ที่ 5% สำหรับปี 2559 และการเติบโตของกำไรหลักที่ 7% โดยในปี 2560 เราคาดว่าการเติบโตของรายได้กการแพทย์ที่ 9% ใกล้เคียงการค่าเฉลี่ยของปี 2549 -2559 โดยรายได้การแพทย์นั้นเราคาดว่าจะมาจากผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางสูงสุดเช่นเดิมประมาณ 19% โดยบริษัทมุ่งเน้นขยายเข้าสู่ตลาดอาเซียนทำให้มีผู้ป่วยจากประเทศพม่าและกัมพูชาต่อรายได้ชาวต่างชาติรวมอยู่ที่ 9% และ 4% ตามลำดับ ทั้งนี้เรามองว่าคลีนิกใหม่ที่เปิดในเมืองย่างกุ้งประเทศพม่าในเดือน ก.ค. นี้จะสนับสนุนผู้ป่วยชาวพม่าเติบโตต่อเนื่อง สำหรับการเติบโตแบบมากกว่าปกติในอนาคตระยะยาวจะมาจากการเพิ่มการรองรับผู้ป้ววยจากการขยายพื้นที่ให้บริการที่สุขุวิทซอย 1 (แผนงานขยายพื้นที่ 17% ที่ 176,000 ตารางเมตร) ซึ่งกำไรน่าก่อสร้างเสร็จได้อย่างเร็วในปี 2561 ที่สำคัญ BH มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก โดย BH มีเงินสดสุทธิในมือตั้งแค่ไตรมาส 3/55 เป็นต้นมา โดยล่าสุดมีเงินสดอยู่ถึง 8.6 พันล้านบาท