"วิบูลย์" เผย นักลงทุนจีนสนใจตั้งโรงงานในไทยและอาเซียนมากขึ้น หวังส่งออกไปยังตลาดโลก ด้านอมตะเร่งเจรจา คาดมีข่าวดีเร็วๆนี้
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะจีนให้ความสนใจเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทยและอาเซียนอย่างมาก เนื่องจากจีนมีนโยบายส่งเสริมเอกชนย้ายฐานหรือขยายฐานผลิตไปที่ประเทศอื่นเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลกเพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆและลดการกีดกันทางการค้า โดยในส่วนของประเทศไทยผู้บริหารระดับสูงของจีนให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะมีพื้นที่ในการตั้งโรงงานรวมถึงระบบโลจิสติกส์,แรงงานที่มีฝีมือและความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศ
สำหรับในส่วนของอมตะฯนั้นในปี 63 ตั้งเป้ามีโรงงานในนิคมฯอมตะ 2,000 แห่งทั้งที่นิคมฯ อมตะ นคร จ.ชลบุรี,นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ จ.ระยอง และนิคมฯในเวียดนามจากปัจจุบันมีแล้วกว่า 1,000 แห่ง โดยจีนจะเป็นเป้าหมายแรกที่จะมีการชัดจูงเข้ามาตั้งโรงงานได้ตั้งเป้าที่เหลือก็จะเป็นญี่ปุ่น ชาติเอเชีย ยุโรปและอเมริกา เป็นต้น
“ตอนนี้นักลงทุนจีนมีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน,อาหาร,เกษตรแปรรูปและกลุ่มเอสเอ็มอีอื่นๆ เป็นต้น ขณะที่อมตะฯเองก็มีการพูดคุยกับนักลงทุนจีนหลายๆรายคาดว่าในเร็วๆนี้จะมีข่าวดี เพราะอมตะฯมีความพร้อมที่จะรองรับนักลงทุนแล้วเพราะมีพื้นที่เหลือที่จะนำมาพัฒนาอีกหลายหมื่นไร่ โดยที่ไทยกว่า10,000 ไร่และในเวียดนามอีก40,000 ไร่”
นายวิบูลย์ กล่าวว่า ในปัจจุบันอมตะมีรายได้หลักมาจากการขายที่ และให้เช่าพื้นที่เพื่อตั้งโรงงาน ในสัดส่วน 60% และรายได้จากการบริการในนิคมฯ 40% และในอนาคตจะตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้ของทั้งสองเท่ากันที่ 50% เนื่องจากรายได้จากภาคบริการจะเป็นรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนสามารถรับรู้รายได้ล่วงหน้าที่แม่นยำ เช่น การพัฒนาธุรกิจด้านบริการและสาธารณูปโภคทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา, ไฟฟ้า, ระบบโทรคมนาคม, การขนส่ง เพื่อเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการโรงงานได้รับความสะดวกสบาย






