จ่อออกแพ็คเกจ ภาษีดูแลคนชรา

จ่อออกแพ็คเกจ ภาษีดูแลคนชรา

"สมคิด" ถกหน่วยงานเกี่ยวข้องรองรับสังคมสูงอายุ มอบคลังทำแพ็คเกจภาษีหนุนผู้ประกอบการจ้างงานชรา มาตรการด้านที่อยู่อาศัยผ่านสินเชื่อบ้านคนชรา

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรองรับปัญหาสังคมสูงอายุว่า นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องสังคมชราภาพ เพราะนับวันจำนวนคนไทยชราภาพมีมากขึ้น จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ มาหารือจะเน้นไปช่วยให้คนชรามีความมั่นคงในชีวิต สุขภาพแข็งแรง และมีศักดิ์ศรีในชีวิต

“ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปดำเนินมาตรการที่จะช่วยเหลือคนชราในเรื่องดังกล่าว ซึ่งได้มอบนโยบายว่า จะต้องทยอยออกแพ็คเกจมาตรการ จะเริ่มจากมาตรการทางภาษี เพื่อช่วยเหลือคนชรา มาตรการด้านที่อยู่อาศัย มาตรการด้านสุขอนามัย และ มาตรการด้านการออม เป็นต้น”

หักภาษี2เท่าจ้างงานคนชรา

ทั้งนี้ มาตรการทางด้านภาษี ทางกระทรวงการคลัง รายงานว่า จะมีมาตรการทางภาษีที่จะช่วยให้บริษัทห้างร้านต่างๆ ว่าจ้างงานคนชราทำงานเพิ่มมากขึ้น โดยจะหารือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจ เช่น บริษัทใดต้องการจ้างคนชรา จะมีหลักเกณฑ์ให้ โดยให้นำรายจ่ายในการจ้างงานคนชรามาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า หรือ แม้แต่การสนับสนุนผู้ประกอบการบางส่วน

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานได้รายงานว่า จะจัดทำศูนย์ข้อมูลคนชรา ที่ต้องการทำงานเพิ่มเติม โดยให้คนชราดังกล่าวมาลงทะเบียนไว้ หากบริษัทใดต้องการคนงาน ก็ประสานมายังศูนย์ข้อมูลดังกล่าวได้

สำหรับมาตรการด้านที่อยู่อาศัยสำหรับคนชรานั้น ได้ให้นโยบายแก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจไปคิดเรื่องแพ็คเกจที่อยู่อาศัยสำหรับคนชรา โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) หรือ การเคหะแห่งชาติ หากจะมีโครงการบ้าน ก็ให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษให้กับบุตรที่เลี้ยงดูพ่อแม่หรือคนชรา ซึ่งเราต้องการส่งเสริมให้คนไทยดูแลพ่อแม่และคนชราควบคู่ไปด้วย ส่วนธนาคารออมสินเอง ก็ให้คิดมาตรการสินเชื่อสำหรับคนชราเพิ่มเติมด้วย

เล็งออกสินเชื่อคนชรา

นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังเตรียมมาตรการสินเชื่อเพื่อคนชราด้วย โดยคนชราสามารถนำที่อยู่อาศัยไปจำนองกับสถาบันการเงิน เพื่อให้มีเงินเลี้ยงดูตนเองได้ตลอดชีวิต และยังมีมาตรการทางการออมที่กระทรวงการคลังมีแผนที่จะจัดทำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาพบังคับ เพื่อให้คนชรามีเงินออมไว้ใช้ในยามเกษียณเพิ่มเติมด้วย

ด้านสุขอนามัยคนชรานั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขจะร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมฯจัดทำแพ็คเกจให้คนชรามีสุขอนามัยที่ดีไปยังท้องถิ่นต่างๆด้วย

เขายังกล่าวด้วยว่า สำหรับการลงทะเบียนคนจนนั้น จะทำให้รู้ถึงจำนวนคนชราที่ไม่ได้อยู่ในระบบด้วยว่า มีจำนวนเท่าใด และ คนชรามีรายได้จำนวนเท่าใด เพื่อให้รัฐสามารถจัดสรรงบประมาณหรือมาตรการไปดูแลอย่างเหมาะสม โดยเงินงบประมาณจะส่งตรงไปยังคนชราโดยไม่รั่วไหลด้วย

ชงครม.เดือนหน้าโครงการพี่ช่วยน้อง

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การจ้างงานผู้สูงอายุ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เมื่อให้แรงจูงใจภาษีกับภาคเอกชนจะทำให้ช่วยจ้างงานได้เพิ่มเติมอีก และช่วยลดภาระภาครัฐ และคนสูงอายุได้งานทำ เพราะในส่วนผู้เกษียณงานภาครัฐ มองว่ามีรายได้สูง 60% เพราะมีเงินบำเหน็จบำนาญ แต่สำหรับคนรายได้น้อยเมื่อเกษียณ รายได้น้อยมากเหลือประมาณ 17% ของเงินที่เคยได้รับ ในประเทศพัฒนาแล้วจะดูแลกลุ่มสูงอายุ 40-50% ของรายได้เดิม จึงพออยู่ได้

ทั้งนี้กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.ในเดือนส.ค.นี้เพื่อพิจารณา “โครงการพี่ช่วยน้อง” ให้คนมีเงิน หรือรายได้มาก มาช่วยคนมีรายได้น้อย

ลงทะเบียนคนจนวันแรก 7.9 หมื่นราย

สำหรับการลงทะเบียนรัฐสวัสดิการผ่าน 3 ธนาคารรัฐ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พบว่า มียอดการลงทะเบียน 87,294 ราย แยกเป็นการลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย 27,137 ราย ธนาคารออมสิน 40,657 ราย และ ธ.ก.ส.จำนวน 19,500 ราย

ส่วนการลงทะเบียนพร้อมเพย์ผ่านธนาคารออมสินอยู่ที่ 272,652 ราย และผ่าน ธ.ก.ส. จำนวน 7,073,916 ราย