"ดีคอนโปรดักส์" หวังสัดส่วนรายได้ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แตะ 40% ในปี 2562 จากปัจจุบันอยู่ที่ 7-8% รับผลประกอบการปี 59-60 แค่ทรงตัว
นายวิทวัส พรกุล ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีคอนโปรดักส์ จำกัด (มหาชน) DCON เปิดเผยว่า ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทราว 92-93% ยังมาจากวัสดุก่อสร้างคือแผ่นพื้นและเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ขณะที่อีก 7-8% มาจากยอดขายโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังมีสต็อกบ้านเดี่ยวเหลือประมาณ 20 ยูนิต
อย่างไรก็ตาม ปี 2562 สัดส่วนรายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มขึ้นแตะ 40% จากการที่โครงการคอนโดมิเนียมซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยหนุนยอดขายขึ้นไปแตะระดับ 1,500 -1,700 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ราว 1,150 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มรายได้ในช่วงปี 2559-2560 น่าจะทำได้แค่ทรงตัวจากปี 2558 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในทิศทางขาลง
“ตั้งแต่ปลายปี 2557 บริษัทมองว่าเศรษฐกิจอยู่ในทิศทางขาลง โดยเริ่มเห็นสัญญาณจากกำลังการผลิตของบริษัทที่ลดลงเหลือ 50-60% ขณะที่การเงินของลูกค้าก็เริ่มตึงตัวมากขึ้น นอกจากนี้ธนาคารพาณิชย์ก็เข้มงวดมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ ขณะเดียวกันซัพพลายในตลาดยังคงมีต่อเนื่องทำให้หลายบริษัทมีสต็อกสินค้าเหลือ ซึ่งคงต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปี เพื่อปรับสู่ภาวะสมดุล”
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เพิ่มทุนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จำนวน 960 บาท โดยลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 600 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จช่วงปี 2561 หลังจากนั้นจะเริ่มขายและรับรู้รายได้ในปี 2562 ซึ่งในเวลานั้นซัพพลายน่าจะกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนเงินเพิ่มทุนที่เหลือใช้ลงทุนซื้อที่ดิน 1 แปลง สำหรับพัฒนาโครงการถัดไป
“หลังเพิ่มทุนทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องกู้เงินจากแบงก์เพื่อพัฒนาโครงการ และไม่จำเป็นต้องเร่งขายโครงการในช่วงนี้ โดยจะรอให้โครงการแล้วเสร็จในช่วงปี 2561 ซึ่งภาวะโดยรวมน่าจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง เชื่อว่าจะทำให้บริษัทสามารถขายได้ตามเป้าหมายพร้อมกับรักษามาร์จินที่คาดหวังไว้ราว 16-18%”
สำหรับธุรกิจวัสดุก่อสร้างนั้น จะเป็นส่วนหลักที่ช่วยประคองรายได้ไว้ในระดับนี้ และน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ตามอุตสาหกรรมในปี 2561 โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ที่ระดับ 14-15% แม้ต้นทุนเหล็กจะสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนปูนซีเมนต์กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตามบริษัทมีระยะเวลาขายสินค้าไม่นานนัก ทำให้สามารถปรับราคาได้ตามต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป









