วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวั่น 'ฟิวเจอร์ฟันด์' ดึงเงินหุ้น

"โบรกเกอร์" ห่วง "อินฟราฟันด์" ดึงเงินออกจากตลาดทุน เชื่อกระทบไม่แรง เหตุอัตราผลตอบแทนไม่จูงใจ มองนักลงทุนยังสนใจกองอินฟราฯ-รีท-หุ้นปันผล

กรณีครม.ไฟเขียวตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Future fund) มูลค่า 1 แสนล้านบาท โดยเป็นกองทุนปิดและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

นักวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่าฝ่ายวิจัยประเมินผลกระทบจากการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวที่อาจเกิดกับตลาดทุนไทย ได้แก่ การเข้ามาดูดซับสภาพคล่องบางส่วนออกจากระบบ แต่ด้วยระดับอัตราผลตอบแทน2-3% มองว่าเป็นอัตราปันผลที่ยังไม่จูงใจ เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย รวมถึงอินฟราฟันด์,กองทุนอสังหาฯ กองรีท รวมถึงหุ้นปันผลสูงต่างๆ ดังนั้นประเมินผลกระทบในแง่ของสภาพคล่องจะไม่มีนัยสำคัญ

บล.เอเซียพลัส ระบุว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออนาคตประเทศไทย 1 แสนล้านบาท แหล่งที่มาของเงินทุนหลัก ๆ จะมาจากประชาชน 90% ที่เหลือ 10% มาจากกองทุนวายุภักษ์ ซึ่งในช่วงแรกระหว่างขั้นตอนจดทะเบียนในตลาด จะให้กองทุนวายุภักษ์นำร่องลงทุนไปก่อน นำเงินบางส่วนจากการขายหน่วยลงทุนวายุภักษ์เดิม เงินสดจากกระทรวงการคลัง และการแลกหน่วยลงทุนของวายุภักษ์ กับ กองทุน TFF ส่วนของประชาชน กำหนดขาย เดือน ธ.ค. ปีนี้

เงินที่ได้จะทยอยนำไปลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ขณะนี้มีความชัดเจนแล้ว 3 โครงการ พร้อมมีกระแสเงินสดรับแล้วเป็นโครงการก่อสร้างกรมทางหลวง 2 เส้นทาง โดยกองทุน TFF จะถือหุ้น 50% หรือคิดเป็นเงิน 4 หมื่นล้านบาท ถัดมาเป็นโครงการที่ 3 ซึ่งยังอยู่ระหว่างการศึกษา EIA ซึ่งเป็นของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ทั้งนี้คาดว่าการระดมเงินดังกล่าว น่าจะเป็นการแย่งเม็ดเงินลงทุนจากตลาดหุ้น แต่เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง จึงไม่น่าส่งผลกระทบมากนัก