เก็งสั้นขยันซอย
SET วานนี้ปรับตัวขึ้นจากการคาดการณ์ว่า FED จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากรอประเมินผลกระทบ BREXIT หนุนให้มีแรงซื้อในกลุ่ม Market Cap ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,456.72 จุด (+4.13 จุด) Vol. 6.5 หมื่นลบ. โดย Foreign Net +1,792 ลบ. Net TFEX +2,859 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ FED ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากผลกระทบ Brexit และการจ้างงานที่อ่อนแอลง
+/- ตลาดหุ้นสหรัฐฯอ่อนตัวลงเล็กน้อย จากแรงขายกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลง แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐเดือนมิ.ย.จะ เพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่ง (มากกว่าคาด)
- ราคาน้ำมันทรุดลงแรงล่าสุด 45.5 US/Barrel เนื่องจากสต๊อกน้ำมันดิบลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล (น้อยกว่าคาด)
- หุ้นธนาคาร Banca Monte dei Paschi di Siena SpA ของอิตาลี ร่วงลงแรงหลังจาก ECB กดดันให้ธ.เร่งแก้ปัญหาหนี้เสีย ขณะที่หุ้นดอยช์แบงก์ ยังคงปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลวิกฤต Brexit จะกระทบต่อผลประกอบการ
- ม.หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. อยู่ที่ 71.6 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 72.6 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 25 เดือน
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงแรง รวมถึงความกังวลปัญหา NPL ธนาคาร Banca Monte dei Paschi di Siena SpA ของอิตาลี รวมถึงผลประกอบการของธนาคารดอยช์แบงก์ เป็นแรงกดดันต่อภาวะตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตามคาดว่าแรงซื้อดักงบและเงินปันผลครึ่งปีจะช่วยพยุงให้ดัชนีไม่ปรับตัวลงแรง ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,450 – 1,465 จุด
*** ติดตาม 7 ก.ค. เปิดซองประมูลโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ SPALI AREEYA
*** เคาะราคาอี-อ๊อคชั่น รถเมล์ NGV 489 คัน มูลค่า 4,000 ล้านบาท CHO
กลยุทธ์การลงทุน Selective Buy กลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน
- กลุ่มธนาคาร พลังงาน คาดว่ากำไร Q2/59 จะขึ้น QoQ
- กลุ่มเดินเรือ TTA PSL ค่าระวางปรับตัวขึ้นล่าสุด 699 จุด
- BANPU LANNA EARTH ราคาถ่านหินทำ High ในรอบ 1 ปี ล่าสุด 57.1 US/Tons หลังจีนลดกำลังการผลิตลง
- กลุ่มปันผลครึ่งปีโดดเด่น INTUCH ADVANC TCAP KKP SPALI
หุ้นแนะนำพิเศษ
BBL ราคาปิด 164 บาท ราคาพื้นฐาน 194 บาท
- ผู้บริหารเปิดเผยใน Analyst Meeting ว่าสินเชื่อปลาย Q2 เติบโตเมื่อเปรียบเทียบทั้ง YTD และ QoQ มาจากลูกค้ารายใหญ่ อัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลงจากไตรมาสที่แล้วตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ NPL เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกโดยเกิดขึ้นกระจายตัวในหลายอุตสาหกรรมจากผลกระทบของเศรษฐกิจฟื้นตัวล่าช้า ผู้บริหารคงเป้า % NPL ปลายปี 59 ราว 3.2 – 3.3% จากระดับ 2.9% ใน Q1 ขณะที่การตั้งสำรองหนี้สูญยังใกล้เคียงกับไตรมาสแรก จากงบทั้งปี 12,000 ลบ. ฝ่ายวิจัยคาดกำไร 2Q59 ราว 7,888 ลบ. ลดลง 2%YoY และ 5%QoQ ซึ่งทำให้คาดกำไรครึ่งปีราว 1.62 หมื่นลบ.ลดลง 7%YoY โดยคิดเป็น 46% ของประมาณการกำไรทั้งปีที 3.5 หมื่นลบ. และยังคงประมาณการตามเดิมเนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญของฝ่ายวิจัยที่ 1.35 หมื่นลบ.สูงกว่าเป้าของผู้บริหารที่ 1.2 หมื่นลบ.
หุ้นมีข่าว
- ประเด็นบวก BANPU (ราคาปิด 15.70 ราคาเหมาะสม 16.80) เผยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจีน COD แล้ว 3 โครงการ รวม 70 MW,ส่วนอีก 1 โครงการจะเริ่มใน Q3/59
- SYNTEC (ราคาปิด 3.04 ราคาเหมาะสม 3.64) กอดสินทรัพย์ล้นมือทั้งที่ดินราคาต่ำ 55 ไร่ จ่อบุ๊กกำไรถือหุ้น BEM 229 ล้านบาท เล็งรับรู้รายได้จากเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ แถมงานก่อสร้างไปได้สวย ลุยประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง โกยงานเข้ากระเป๋าเสริม Backlog กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ที่มาทันหุ้น
- RML (ราคาปิด 1.43 ขายทำกำไร ราคาเหมาะสม 1.4) เนื้อหอมทุนใหญ่อสังหาอังกฤษ เจอพิษ Brexit หอบเงิน หวังซบไหล่ร่วมทุน RML ผุดอสังหา-โรงแรมโกยเงิน ส่วนผลงานทั้งปี 2559 สดใส รายได้เข้าเป้า 5.5 พันล้านบาท เดินหน้าทยอยรับรู้งานในมือจำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6.9 พันล้านบาท พร้อมทุ่มงบ 3 พันล้านบาท ซื้อที่ดินกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ปูพรมรายได้ในอนาคต (ทันหุ้น)
ความเห็น : ฝ่ายวิจัยคาดรายได้ปีนี้ราว 5,051 ล้านบาทใกล้เคียงกับปี 58 และประมาณการกำไรสุทธิปี 59 ลดลง 7% จากปี 58 เหลือ 839 ล้านบาท เนื่องจากสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าปี 58 ทั้งนี้ กำไรในช่วง 2Q59 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 1Q59 เนื่องจากได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่สิ้นสุดปลายเดือนเม.ย. ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นจากกระแสข่าวลือเกี่ยวกับพันธมิตรทำให้มีการเข้ามาซื้อเก็งกำไรแนะนำลงทุนอย่างระมัดระวัง
- STAR ขอให้ตลท.ขึ้น SP หุ้นระหว่างวันที่ 8-11 ก.ค. รอเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
- TRUE คาดส่วนแบ่งตลาดใน Q2/59 ดีกว่าระดับ 22% ใน Q1/59 และเติบโตต่อเนื่องใน H2/59 จากการลงทุนขยายโครงข่ายเพิ่ม
- GRAMMY ยื่นศาลขอให้ยกเลิกคำสั่งตามแผนฟื้นฟูฯ"จีเอ็มเอ็ม บี"หลังพบส่อเจตนาไม่สุจริต-สร้างความเสียหาย
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -22.74 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,895.88 จุด ลดลง 22.74 จุด หรือ -0.13% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,876.81 จุด เพิ่มขึ้น 17.65 จุด หรือ +0.36% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,097.90 จุด ลดลง 1.83 จุด หรือ -0.09% หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงเกือบ 5% ซึ่งได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงด้วย อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ขยับลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองในด้านบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนมิ.ย.
ตลาดน้ำมัน NYMEX -2.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค.ร่วงลง 2.29 ดอลลาร์ หรือ 4.8% ปิดที่ 45.14 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ โดยข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด









