วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐขึ้นภาษีน้ำมัน30สต. ยันราคาหน้าปั๊มไม่เปลี่ยนแปลง

บอร์ด กบง.เห็นชอบปรับลดเงินกองทุนน้ำมัน เพื่อให้สอดคล้องกับมติ ครม.ที่ปรับขึ้นภาษีน้ำมัน 30 สต./ลิตร ยืนราคาหน้าปั๊มไม่เปลี่ยนแปลง

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายและแผนพลังงาน (กบง.) ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้เห็นชอบปรับลดเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ที่เห็นชอบให้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและดีเซล 30 สตางค์ต่อลิตร มีผลวันพรุ่งนี้ (8 ก.ค.) ส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มไม่เปลี่ยนแปลง ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ แต่เป็นผลดีคือ รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น 800 ล้านบาทต่อเดือน จาก 15,252 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 16,053 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รักษาสิ่งแวดล้อม ก่อสร้างและซ่อมบำรุงถนน และลดอุบัติเหตุจากการจราจร

“จากราคาน้ำมันตลาดโลกที่ลดลงและตั้งแต่รัฐบาล คสช.เข้ามา 2 ปีเศษได้มีการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ภาษี และเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งดูแลภาคประชาชนไม่ให้มีผลกระทบจากปรับโครงสร้าง ส่งผลให้มีการลดเงินกองทุนแล้วปรับเป็นภาษีรวม 135,259 ล้านบาท ” นายทวารัฐ กล่าว

ด้านนางสาวสุมาลี สถิตย์ชัยเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายภาษี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ภาษีสรรพสามิตน้ำมันมีเพดานที่ 10 บาทต่อลิตร โดยอัตราสูงสุดเคยเก็บภาษีน้ำมันปี 2554 ที่อัตราเบนซิน 7 บาทต่อลิตร ดีเซล 5.31 บาทต่อลิตร แต่หลังจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นได้มีการปรับลดอัตราภาษีลงมาและการขึ้นภาษีใหม่ครั้งนี้เป็นการขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพการคลัง ซึ่งหากจะขึ้นอีกก็จะทยอยจัดเก็บ โดยดูถึงด้านราคาจะต้องไม่กระทบภาคประชาชน ซึ่งจะมีการหารือกับทางกระทรวงพลังงาน การดำเนินการก็จะเป็นการโยกเงินกองทุนน้ำมันเป็นการโยกกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา โดยประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ