วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คันทรี่ กรุ๊ป'ทุ่ม18ล้านปอนด์"ซื้อสถานศึกษาอังกฤษ

"คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์" เดินหน้าขยายลงทุนนอก ล่าสุดเข้าซื้อกิจการสถานศึกษาในอังกฤษ ประเดิมแห่งแรกในไบรตัน มูลค่ากว่า 18 ล้านปอนด์

นายเบน เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (CGD) เปิดเผยว่า บริษัทเข้าซื้อกิจการสถานศึกษา ในเมืองไบรตัน ประเทศอังกฤษมูลค่า 18 ล้านปอนด์ หรือกว่า 800 ล้าน ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดการศึกษาในอังกฤษครั้งแรก หลังจากลงทุนศูนย์ข้อมูลแองเคอเรจ พ้อยท์ (Anchorage Point Data Centre) ในกรุงลอนดอนเมื่อไม่นานมานี้

สถานศึกษาที่คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ เข้าไปลงทุน เป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์การถือครองโดยสมบูรณ์ (Freehold) ครอบคลุมพื้นที่ถึง 20.24 เอเคอร์ หรือ 51 ไร่ มีสัญญาเช่า 16 ปี ประกอบด้วยสำนักงาน พื้นที่การศึกษาและสันทนาการ รวมไปถึงที่พักสำหรับนักเรียนกว่า 450 คน ในอาคารแฝด 6 หลัง

“การลงทุนครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจด้านการลงทุนของคันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งผมมีความมั่นใจในศักยภาพของบริษัททั้งในส่วนของความรวดเร็วและคล่องตัวในการจัดการ เห็นได้จากการจัดลำดับความสำคัญและเลือกลงทุนในธุรกิจที่ยังขยายตัวได้อีกมาก ขณะเดียวกันก็สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว"

บริษัทให้ความสนใจธุรกิจภาคการศึกษามาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และการลงทุนครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่เหมาะเจาะที่สุด เพราะในอังกฤษ โดยเฉพาะเมืองไบรตัน ถือว่ามีชื่อเสียงด้านการศึกษาระดับโลก มีผลงานวิจัยหลากหลาย มีนวัตกรรมใหม่ๆ และมีกิจกรรมมากมายที่สนับสนุนการศึกษาของนักเรียน ทำให้ไบรตันถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองแห่งการศึกษาชั้นนำที่ดีที่สุดของโลก

ทั้งนี้ ไบรตัน (Briton) ถือเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ตั้งอยู่ทางใต้ ห่างจากกรุงลอนดอน 52 ไมล์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษาระดับสูง ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงถึง 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยไบรตัน (University of Brighton) และมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ (University of Sussex)

นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนเอกชนในบริเวณใกล้เคียงอีก 13 แห่ง มีจำนวนนักเรียนที่ลงทะเบียน 34,678 คน นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับสูงแล้ว ยังเป็นศูนย์การศึกษาขนาดใหญ่สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนต่างชาติที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

การลงทุนครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเล็งผลกำไรในระยะยาวจากตลาดการศึกษา ซึ่งมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญโดยภาคการศึกษาได้สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศอังกฤษ มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ สูงกว่าภาคการเกษตรถึง 4 เท่า จากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และการแข่งขันด้านภูมิทัศน์ทางการศึกษาส่งผลให้ตลาดภาคการศึกษาในสหราชอาณาจักรกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถานศึกษาที่ดีที่สุดในโลก การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศอย่างรวดเร็วนี้แสดงให้เห็นถึงโอกาสการลงทุนที่น่าจับตามอง