วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KBANK - ซื้อ

สำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลงคือกำไรเพิ่มขึ้น QoQ ไตรมาส 2/59

ประเด็นการลงทุน

เราร่วมประชุมนักวิเคราะห์วันพุธที่ผ่านมา ผู้บริหารธนาคารคงมองการดำเนินงานตามเป้าที่ให้ไว้ ทำให้เราคาดว่าการดำเนินงานไตรมาส 2/59 จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากคำแนะนำครั้งก่อนมากนักในด้านสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้น QoQ และการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลง QoQ ในไตรมาส 2/59 ก่อนตัวเลขเหล่านี้จะฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งหลังปี 2559 ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการปี 2559 ของเรา นอกจากนี้เราประเมินการใช้ระบบ PromptPay จะมีผลกระทบต่อกำไรของบริษัทในปี 2560 เพียงเล็กน้อย ในขณะที่ภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 2559 น่าจะส่งผลให้ความเสี่ยงการปรับลด ประมาณการกำไรของเราลดลงจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ท่ีคุมได้ดี และการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่มีแนวโน้มลดลงในครึ่งปีหลัง

สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.0% ในไตรมาส 2/59 ตามคาด

KBANK มองสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นจาก 2.8% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2558 มาอยู่ที่ 2.9-3.0% ณ สิ้นเดือนมิ.ย. ซึ่งแนวโน้มสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นนั้นใกล้เคียงกับคำแนะนำของบริษัทที่ 3.5-3.6% ในปลายปี 2559 เนื่องจากบริษัทคาดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในไตรมาส 2/59 จะเพิ่มในอัตราส่วนใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ผู้บริหารจึงมองการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯจะอยู่ในระดับสูงในครึ่งแรกปี 2559 ก่อนอ่อนตัวลงในครึ่งหลังของปี 2559 เราจึงประเมิน KBANK จะตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ราว 8.5 พันล้านบาทในไตรมาส 2/2559 เพิ่มขึ้น 41% YoY แต่ลดลง 25% qoQ ทั้งนี้ธนาคารตั้งเป้าต้นทุนสินเชื่อครึ่งแรก (credit cost) ปี 2559 อยู่ที่ 230-240bps

เป้าสินเชื่อและส่วนต่างอัตรากำไรปี 2559 สอดคล้องกับประมาณการของเรา

KBANK คงเป้าสินเชื่อเติบโตที่ 6-7% ปี 2559 นั้นเป็นไปได้ หลักๆมาจากสินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อรายย่อย โดยสินเชื่อในครึ่งแรกปี 2559 เติบโตที่ 3-4%นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน หนุนโดยสินเชื่อบรรษัทที่เติบโต 8% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันและ สินเชื่อ SME ที่เติบโต 1% ส่วนสินเชื่อรายย่อยทรงตัวนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม KBANK ยืนยันเป้าสินเชื่อบรรษัทเติบโต 4-6% ในปีนี้ SME เติบโต 5-7% และสินเชื่อรายย่อยเติบโต 5-7% โดยธนาคารคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มหดตัวลงมาอยู่ที่ราว 3.4-3.5% ส่วนเราประเมินสินเชื่อปีนี้เติบโต 7% ด้วยสันนิษฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.48% สอดคล้องกับตัวเลขของธนาคาร เรามองแนวโน้มตัวเลขประมาณการของเราปรับลดลงมีจำกัดเนื่องจากเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2559 น่าจะดีขึ้น HoH

คาดกำไรไตรมาส 2/59 จะทรงตัว YoY จากการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้น

เราคาด KBANK จะรายงานกำไรไตรมาส 2/59 ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% QoQ แต่ทรงตัว YoY โดยตัวเลข QoQ ที่เพิ่มขึ้นนั้นจะมาจากตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลง เราประเมินกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียจะเพิ่มขึ้น 10% YoY มาอยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาทจากสินเชื่อที่เติบโต รายได้ที่ไม่ใช้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโตและการบริหารจัดการ
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีขึ้น เราคาดอัตราส่วนต้นทุนต่อรายรับจะทรงตัวอยู่ที่ 40% ในไตรมาส 2/59 (เพิ่มขึ้นจาก 39% ในไตรมาสก่อนหน้า) เมื่อเทียบกับตัวเลขทั้งปี 2559ที่ 45-47%

KBANK วางแผนเพิ่มความหลากหลายต่อการบริการและขยายฐานตลาดมาสู่ AEC+3 เพื่อสร้างรากฐานต่อการเติบโตในระยะยาว นอกจากนี้บริษัทย่อยของ KBANK หรือ KTBG (ที่ให้บริการด้าน IT) จะมีความพร้อมในการรองรับอีเพย์เมนต์ในปีหน้า ผู้บริหารกล่าวว่า PromptPay จะมีผลกระทบต่อรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรับสุทธิในปื 2560 เพียง 4% (ไม่รวมกำไรหากปริมาณการใช้บริการสามารถชดเชยค่าธรรมเนียมที่ลดลง) เราจึงคาดอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ของธนาคารจะสอดคล้องกับประมาณการปี 2559-60 ของเราที่ 45%