“มิสเตอร์เฮิร์บ” คือการพลิกโฉมครั้งสำคัญของ อ้วยอันโอสถ ธุรกิจเกือบ 7 ทศวรรษ ผู้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้วยการปรับตัวเองให้ทันกับโลก!
ยาน้ำสมุนไพรสำหรับเด็ก สูตรไร้แอลกอฮอล์ ยาอมแก้เจ็บคอ ขับเสมหะ กลิ่นทับทิม และสูตรผสม จินเจอร์-ไลม์ (ขิงและมะนาว) คือตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ “มิสเตอร์เฮิร์บ” (MR.HERB) แบรนด์น้องใหม่จาก “อ้วยอันโอสถ” ธุรกิจยาแผนโบราณสายพันธุ์ไทย ที่อยู่ในสนามมาเกือบ 70 ปี (ก่อตั้งปี 2490)
ในการก้าวสู่ปีที่ 70 ของ อ้วยอันโอสถ ดูสนุกขึ้น แถมยังดูหนุ่มกว่าคนวัย 70 ปีอยู่มาก ไม่เพียงแค่การมาถึงของผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือสูตรยาใหม่ๆ ทว่าคือการ “พลิกโฉมผลิตภัณฑ์” ให้เข้าใกล้คนยุคนี้มากขึ้น
“มิสเตอร์เฮิร์บ คือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทย เป็นคุณลุงใจดีที่จะช่วยแนะนำเรื่องสมุนไพรให้กับผู้คน ตัวเก่าเราจะมีแค่ชื่อแบรนด์กับโลโก้รูปใบไม้ ไม่เคยมีมาสคอต (Mascot) มาก่อน นี่เป็นตัวแรกของเราเลย เพื่อทำให้แบรนด์มิสเตอร์เฮิร์บเป็นที่จดจำง่าย เราแตกแบรนด์ให้ดูวัยรุ่นขึ้น โดยเปลี่ยนทั้งลุค และผลิตภัณฑ์”
คำบอกเล่าของ “ชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด ทายาทรุ่น 3 ผู้อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอ้วยอัน
หลังผู้เป็นพ่อ “สิทธิชัย สมบูรณ์เวชชการ” ประธานกรรมการ บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด เริ่มวางมือ แล้วปล่อยให้เขาและพี่สาว “นิชา สมบูรณ์เวชชการ” เข้ามารับช่วงขับเคลื่อนกิจการได้พักใหญ่แล้ว ด้วยโจทย์ท้าทายในมือทายาท คือ ทำสรรพคุณยาให้มีประสิทธิภาพขึ้น และทำตัวสินค้าให้น่าจับต้องขึ้น
“ยาของเราขายดีอยู่แล้วก็จริง แต่มองว่าทั้งด้านกำลังการผลิต และยอดขายถึงจุดอิ่มตัวแล้วสำหรับยาลูกกลอน ซึ่งถ้าอยากโตกว่านี้ก็ต้องแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ยังมีศักยภาพ และแตกต่างทั้งรสชาติและสรรพคุณ”
เขาบอกโจทย์ที่หยิบมาท้าทายตัวเองเมื่อประมาณกว่าปีก่อน จนมาคิดถึงกลุ่ม “ยาอมสมุนไพรไทย” ในรูปแท็บเล็ท อารมณ์เดียวกับ ฟิชเชอร์แมนส์ เฟรนด์ แต่แตกต่างตรงจดทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้าน สามารถวางขายได้ทุกที่ และมีรสชาติที่แตกต่างจากตลาด คือ รสทับทิม สำหรับคนชอบลุคหวานๆ และขิงผสมมะนาว สำหรับรสชาติที่ดูเข้มซ่าขึ้น
ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ หวังเข้ามาเจาะตลาดคน “ทุกเพศทุกวัย” เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ทุกคนต้องการ และ “กล้าโชว์” ด้วยรูปโฉมที่ไม่คร่ำครึ ไม่ดูเป็นยาสมุนไพรโบราณๆ เลยสักนิด
สำหรับอ้วยอัน การพัฒนาของใหม่ไม่ได้ดูจากกระแสนิยม แต่ต้องมองถึง “ความยั่งยืน” เป็นหลัก
“การคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะเกิดขึ้นจากการดูว่า มีอะไรบ้างที่เรายังไม่มี โดยต้องไม่ไปทับซ้อนกับผลิตภัณฑ์เดิม และ มีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาดด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่วันนี้ แต่คืออนาคตอีก 5 ปี 10 ปี จะยังเป็นที่ต้องการอยู่ ถ้าเป็นแค่กระแส เราก็คงจะไม่ทำ” คนหนุ่มบอกจุดยืน การมองตลาด “ระยะยาว” ในวิถีอ้วยอันโอสถ
ความคิดที่ตกผลึก นำมาสู่ “มิสเตอร์เฮิร์บ” ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของพลเมืองผู้ใส่ใจสุขภาพ และเลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมาใช้กันมากขึ้น ซึ่งแม้จะเป็นของใหม่ แต่จุดยืนคนทำยาที่สืบสานมาตลอด 7 ทศวรรษ คือ ราคาต้องไม่แพง และไม่เอาเปรียบ เพื่อให้เข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย
“เราเป็นยาสมุนไพร ไม่ใช่ยาวิเศษที่กินปุ๊บแล้วจะหายปั๊บ บางอย่างก็อาจต้องใช้เวลาอยู่บ้าง ถ้าเราขายแพง เขาก็ซื้อไม่ไหว ฉะนั้นเราจึงเน้นทำของคุณภาพ ในราคาสมเหตุสมผล เพื่อให้ลูกค้าใช้ดี แล้วกลับมาซื้อซ้ำ” เขาบอกวิธีคิด
แนวทางพัฒนาสินค้าใหม่ของอ้วยอัน ในการกุมบังเหียนของทายาทรุ่น 3 คือ ทุกปีต้องคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอย่างน้อย 4-5 ตัว โดยเป้าหมายคือ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าให้มากขึ้น เนื่องจากสรรพคุณเดิมของสมุนไพรไทย ยังดูแลผู้คนได้แค่ไม่กี่โรค ขณะที่พวกเขายังอยากเห็นคนไทยหันมาใช้สมุนไพรกันมากขึ้น เลยต้องคิดผลิตภัณฑ์ดีๆ มาตอบสนอง
ทำไมวันนี้แบรนด์เก่าแก่ถึงต้องปรับตัว ทั้งที่เมื่อมองลงไปในตลาด “อ้วยอันโอสถ” ยังเป็นผู้นำในผลิตภัณฑ์ยาหลายกลุ่ม มีสินค้าที่ขายดิบขายดี กระจายอยู่ในร้านขายยากว่า 6,500 แห่งทั่วประเทศ แม้แต่ในโมเดิร์นเทรด คิง เพาเวอร์ หรือร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่นอีเลฟเว่น ส่งออกไป ทั้ง ออสเตรีย อิสราเอล โรมาเนีย สปป.ลาว และสิงคโปร์
คนหนุ่มบอกเหตุผลแค่ว่า เพราะวันนี้ “คู่แข่ง” เยอะขึ้นมาก เฉพาะคนทำยาสมุนไพรก็มีถึงประมาณ 1 พันรายทั่วประเทศแล้ว เมื่อผู้ผลิตมีมาก สุดท้ายก็ไปแย่งวัตถุดิบกัน การที่แบรนด์เก่าแก่จะรับมือได้ ก็ต้องสู้ด้วยการ “สร้างแบรนด์” สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า สร้างมาตรฐานโรงงาน และผลิตภัณฑ์ สร้างสิ่งที่เป็นสูตรของตัวเอง ให้คนอื่นเลียนแบบไม่ได้
“ทุกวันนี้เราจะหยุดนิ่งไม่ได้ เพราะคู่แข่งเยอะขึ้นมาก แม้ว่าเราจะเคยชนะในตลาดนั้น แต่คู่แข่งก็มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ เช่นเดียวกัน ทุกคนต่างก็พยายาม เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดที่มีอยู่ ฉะนั้นอ้วยอันก็ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา โดยโจทย์ของผมคือ ต้องคงความโบราณไว้กับความทันสมัย ทำของคุณภาพดี ที่ผู้คนยุคนี้ยอมรับให้ได้” เขาบอกพันธกิจ
ในปีที่ที่ผ่านมา อ้วยอันโอสถ มียอดขายรวมประมาณ 380 ล้านบาท สำหรับปีนี้ ทายาทหนุ่มบอกเราว่า ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ประมาณ 15-20% ขณะที่แบรนด์น้องใหม่ ก็หวังแค่จะกระจายครอบคลุมร้านขายยาทั่วประเทศได้ ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายในก้าวแรกของเขาแล้ว
เพื่อให้ธุรกิจ 7 ทศวรรษ ยังคงผงาดอย่างแข็งแกร่ง ไม่ต้องหมดแรงลม ตามการเปลี่ยนแปลงของโลก
.......................
บริหารธุรกิจครอบครัวฉบับ “อ้วยอัน”
ปี พ.ศ. 2560 อ้วยอันโอสถ จะเข้าสู่วัย 70 ปี สำหรับ “สิทธิชัย สมบูรณ์เวชชการ” ประธานกรรมการ บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด คนรุ่นสอง บอกเราว่า ยังอยากเห็นอ้วยอันเติบโตขึ้น และขยายต่อไปได้เรื่อยๆ โดยวันนี้เปิดทางให้เจน 3 อย่าง “นิชา และชนรรค์” ทายาททั้งสองเข้ามารับช่วงต่อ เพื่อใช้พลังคนรุ่นใหม่มาสร้างความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจนี้ ลูกสาวดูทางด้าน HR และการตลาด ส่วนลูกชาย ทำเรื่องส่งออก และผลิตภัณฑ์ใหม่ เติมจิ๊กซอว์ที่ยังขาดให้กิจการของครอบครัว โดยที่คนรุ่นพ่อก็ให้อิสระลูกๆ อย่างเต็มที่ ส่วนแนวทางลดความขัดแย้งในครอบครัว เขาบอกว่า ทุกเสาร์-อาทิตย์ สมาชิกครอบครัว รวมทั้งเขย สะใภ้ และหลานๆ จะทานข้าวพร้อมหน้ากัน เพื่อพูดคุย ปรึกษาหารือ สร้างความใกล้ชิด และกลมเกลียวในครอบครัว เพื่อให้ธุรกิจ 70 ปี ยังคงแข็งแกร่งได้ ด้วยพลังสามัคคีของครอบครัวเป็นสำคัญ
“””””””””””””””””””””””””””””””””
Key to success
สูตรลดอายุ "อ้วยอันโอสถ"
๐ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ทับซ้อนผลิตภัณฑ์เดิม
๐ ปรับรูปโฉมทันสมัย เข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น
๐ ตลาดมีศักยภาพ แตกต่างทั้งรสชาติและสรรพคุณ
๐ ขายได้ระยะยาว ไม่ออกสินค้าตามกระแส
๐ ราคาต้องไม่แพง เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย
๐ สู้กับคู่แข่ง ด้วยการสร้างแบรนด์และคุณภาพ
๐ ปรับตัว ไม่หยุดนิ่ง รับการเปลี่ยนแปลงของโลก
.....................
* ติดตามอ่านกรุงเทพธุรกิจ Bizweek ได้ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งเปลี่ยนจากฉบับวันจันทร์ มาเจอกันในทุกวันอาทิตย์ โดยยังคงความเข้มข้นของเนื้อหาข่าว เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน
และการลงทุน พร้อมเสิร์ฟถึงมือผู้อ่านทุกท่าน!!


