วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือนรับมือการค้า 'อียู' เปลี่ยน

"แบงก์ชาติ" ชี้ตลาดเงินโลกผันผวนสูงขึ้นหลังอังกฤษออกจากอียู คาดกระทบระยะสั้นจำกัด มั่นใจไทยแกร่งรับมือได้ เตือนรับมือการค้าในอียูเสี่ยงสูง

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าได้ประเมินผลกระทบในเบื้องต้นจากกรณีที่คนอังกฤษตัดสินใจโหวตให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป(อียู) โดยเชื่อว่าผลกระทบทางตรงต่อเศรษฐกิจไทยผ่านช่องทางการค้าและความเชื่อมโยงของสถาบันการเงินมีค่อนข้างจำกัด แต่ระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากความผันผวนในตลาดการเงินโลกที่เพิ่มสูงขึ้นบ้าง

นายวิรไท กล่าวว่ายังมีความไม่แน่นอนจากกระแสการแยกตัวของประเทศอื่นๆ ในอียู ซึ่งจะกระทบต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

นายวิรไท กล่าวว่า ผลกระทบที่ผ่านช่องทางการค้าของไทยคาดว่าจะมีจำกัด เนื่องจากถ้าพิจารณาระดับการค้าของไทยกับยูเคโดยตรง พบว่าไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังยูเคคิดเป็น 1.8% ในปี 2558 ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่มีความสำคัญอันดับ 3 ในกลุ่มอียู รองจากเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์

อย่างไรก็ตามหากนับการส่งออกที่รวมกลุ่มอียู ผลกระทบจะเพิ่มขึ้นมาก โดยสัดส่วนการส่งออกของไทยไปกลุ่มประเทศดังกล่าว ไม่รวมยูเค มีประมาณ 8.4% แต่ผลกระทบทางอ้อมคาดว่าจะไม่มากนัก หากปัญหาไม่ลุกลามจนก่อให้เกิดการแยกตัวของประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอียู ขณะเดียวกันยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวทางเศรษฐกิจของทั้ง ยูเค และกลุ่มอียู ภายหลังจากแยกตัวด้วย

กระทบแบงก์ไทยน้อย

ทางด้านผลกระทบต่อระบบสถาบันการเงินของไทย ประเมินว่ามีในวงจำกัดเช่นกัน เนื่องจาก สถาบันการเงินของไทยมีความเชื่อมโยงทางการเงินโดยตรงกับสถาบันการเงินในยูเคและประเทศสมาชิกอียูอื่นเพียง 1.31% ของสินทรัพย์รวม

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาสถาบันการเงินไทยได้เตรียมความพร้อมและป้องกันความเสี่ยงสถานะเงินตราต่างประเทศไว้ล่วงหน้าแล้ว

อย่างไรก็ตามประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนในตลาดการเงินโลก ทั้งในตลาด เงินตราต่างประเทศและตลาดทุน จากความกังวลของนักลงทุนที่มีเพิ่มขึ้นและการปรับฐานะการลงทุน ระหว่างประเทศให้ตอบสนองกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งความผันผวนของราคาสินทรัพย์และเงินทุน เคลื่อนย้ายที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในระยะสั้นและเป็นที่คาดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว

เงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องภูมิภาค

สำหรับค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าลง สอดคล้องกับค่าเงินภูมิภาคอื่นๆ ที่ปรับอ่อนค่าลงเช่นกัน ส่วนผลกระทบต่อ ตลาดทุนก็จะเผชิญกับความผันผวนในระยะสั้นได้เช่นกัน โดยคาดว่าอาจมีเงินทุนไหลออกจากตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรของไทยบ้าง แต่จะไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติได้ปรับลดการ ลงทุนในตลาดการเงินไทยไประดับหนึ่งแล้วก่อนหน้านี้

แม้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงินไทยในเบื้องต้นจะมีค่อนข้างน้อย ประกอบกับปัจจัยพื้นฐาน เศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะฐานะด้านต่างประเทศที่เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยรองรับผลกระทบจาก สถานการณ์ดังกล่าวได้

นายวิรไท กล่าวว่าผลกระทบจากการปรับแผนธุรกิจของเอกชนและคู่ค้าต่างๆของสหภาพยุโรป เพื่อรับมือกับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่จะเปลี่ยนไป จะสร้างความไม่แน่นอนในการค้าและการลงทุน ระหว่างประเทศที่ถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

นายวิรไท กล่าวว่า ธปท. จะติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินหากมีความจำเป็น รวมทั้งขอแนะนำให้ภาคธุรกิจเอกชนดำเนินการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากยังมีความ เสี่ยงจากความผันผวนของตลาดการเงินได้ในระยะต่อไป

“สมคิด”จับตากรอบการค้าเปลี่ยน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้หารือกับหน่วยงานเศรษฐกิจเพื่อประเมินผลกระทบและมีการเตรียมมาตรการรับสถานการณ์แล้ว ซึ่งคาดว่าผลกระทบและความผันผวนจะเกิดขึ้นในระยะสั้น

“อะไรที่จะเป็นความเสี่ยงก็ต้องปิดสถานะความเสี่ยงไว้ก่อน ส่วนตลาดทุนความผันผวนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะ ส่วนเรื่องการค้าการขายจะปรับตัวไปตามสภาวะตลาด ซึ่งขณะนี้ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงมาก แต่ไทยเองก็มีการค้าขายกับอังกฤษและอียูมีไม่มากนัก”

นายสมคิด กล่าวว่าสิ่งที่ต้องประเมินกันต่อไปคือเรื่องของกรอบการค้าและการเจรจาต่างๆในระดับเศรษฐกิจมหภาค ก็จะต้องมาดูว่าจะมีการปรับเปลี่ยนกันอย่างไร ซึ่งการค้าโลกจะมีการปรับตัวพอสมควร ส่วนจะไปทิศทางไหนจะต้องมีการประเมิน และยังมีช่วงเวลาในการปรับตัวอีกพอสมควร
มั่นใจไม่กระทบประชาคมอาเซียน

นายสมคิด กล่าวอีกว่าอังกฤษออกจากอียูจะไม่ส่งผลกระทบต่อการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน เพราะมีความแตกต่างกัน โดยมองว่าการรวมตัวของประเทศต่างๆในอาเซียนยังมีความสำคัญเนื่องจากแต่ละประเทศเป็นประเทศเล็กหากไม่รวมตัวกันเป็นประชาคมคุณจะไม่มีเสียงในเวทีโลกเลย การรวมตัวกันโดยไม่ขัดแย้งกันจะทำให้อาเซียนมีพลังมากขึ้น

“ทุกคนรู้ว่าจะมีวันนี้ เมื่อเกิดขึ้นความผันผวนจะเกิดจากความช็อกในช่วงเวลาสั้นๆ อย่าไปตื่นตระหนกอะไรมาก ความผันผวนที่เกิดขึ้นกับเราในขณะนี้ก็ถือว่าน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งแบงก์ชาติจะมีข้อแนะนำอะไรบางอย่างออกมาเพื่อไม่ให้เกิดความกังวล เพราะมีการรับมือไว้แล้ว”นายสมคิดกล่าว

“สุรินทร์”ชี้ช่วง2ปีแรกกระทบไทย

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวเช่นเดียวกันว่ามีผลกระทบต่ออียูแน่นอน ซึ่งอังกฤษเป็นเขตเศรษฐกิจ1ใน6ของอียู ทั้งนี้อียูยังเป็นแหล่งเงินทุนอันดับ1ในอาเซียนมานานและเป็นตลาดใหญ่อันดับ3 ดังนั้นก็มีผลกระทบในช่วงระยะเวล2ปีเพื่อให้อังกฤษทำเรื่องออกจากอียูให้แล้วเสร็จพร้อม

“ในช่วง 2 ปีนี้ไทยได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะเรื่องการค้าการลงทุน จากความไม่แน่นอนในยุโรปเอง”

นายสุรินทร์ เชื่อว่าจะมีอีกหลายประเทศที่จะเสนอตัวเพื่อออกจากอียูตามอังกฤษ

อย่างไรก็ดี ขณะนี้อาเซียนได้รวมตัวกันพอสมควรและมีประสบการณ์แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างเมื่อปี2540 ซึ่งเชื่อว่าบทเรียนดังกล่าวจะเป็นแรงผลักดันที่ดีให้ประเทศสมาชิกหันหน้าเข้าหากันและก่อให้เกิดการลงทุนร่วมกันมากขึ้นในภูมิภาคนี้

“ในช่วงแรกๆของเหตุการณ์นี้หลายๆคนก็ตกใจบ้างแต่ทางอาเซียนก็ต้องมุ่งมั่นสร้างการแข่งขันให้ดีขึ้น”

คลังเชื่อผลกระทบระยะสั้น

ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังกับธปท. เตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยธปท.พร้อมจะเข้าดูแลหากตลาดการเงินมีความผันผวนที่มากเกินไป ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะสั้นต่อตลาดเงินและตลาดทุนนั้น ประเมินแล้วว่า เป็นผลกระทบเชิงจิตวิทยา และจะคลี่คลายลงโดยเร็ว

“เราประเมินไว้แล้วว่า อังกฤษออกจากอียู จะสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงิน และตลาดทุนในระยะสั้น ซึ่งเป็นผลเกิดขึ้นทั่วโลก ส่วนผลกระทบกับไทยโดยตรง โดยเฉพาะผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมีน้อยมาก เพราะไทยมีการค้าขายกับอังกฤษไม่มาก และนักลงทุนอังกฤษมาลงทุนในไทยก็ไม่มากเช่นกัน แต่ต้องติดตามว่า หลังการลงประชามติของอังกฤษ กลุ่มประเทศในอียูจะดำเนินการอย่างไร รวมถึงต้องติดตามผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก”

ก.ล.ต.ชี้ไม่กระทบพื้นฐานบจ.

ด้านนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะกระทบไปถึงความเชื่อมั่นของตลาดทุน

สำหรับผลกระทบระยะสั้นที่มีต่อตลาดทุนไทย ก.ล.ต. มองว่า เบร็กซิท ไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานบริษัทจดทะเบียนไทยโดยตรง เพราะมูลค่าการค้าไทย-อังกฤษมีสัดส่วนน้อยไม่เกิน 2% ของมูลค่าการค้ารวมของไทย แต่คงทำให้ตลาดหลักทรัพย์มีความผันผวนอยู่บ้างในระยะสั้น จึงขอให้ผู้ลงทุนอย่าตื่นตระหนก และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารประกอบการตัดสินใจลงทุน