ดินสอแท่งเล็กๆ แต่มีพลังเปลี่ยนโลกได้ เพราะยิ่งใช้ก็ยิ่งลด “กราไฟต์” ไอเดียธุรกิจ“Grey Ray Stationery”เครื่องเขียนที่เป็นมิตรคนและโลก
ดินสอ 1 แท่ง มีส่วนประกอบของไม้ และกราไฟต์ ขณะที่ต้นไม้อาจปลูกทดแทนได้ แต่แร่กราไฟต์ ซึ่งใช้กันอยู่ในหลายอุตสาหกรรม เป็นแร่ธาตุธรรมชาติที่ต้องใช้เวลาสะสมนานหลายปี ไม่ได้ขึ้นง่ายปลูกได้เหมือนต้นไม้
นี่คือจุดเริ่มต้นของไอเดีย “ดินสอลดไส้” ดินสอที่ปลายก้น 2 เซนติเมตร ไม่มีไส้ จึงเขียนได้จนหยดสุดท้าย ผลงานปลูกจิตสำนึกของค่าย “Grey Ray Stationery” (เกเร) แบรนด์เครื่องเขียนรักษ์โลกสัญชาติไทยแท้
“เราเป็นคนทำเครื่องเขียนจากประเทศโลกที่สาม แล้วคนตัวเล็กๆ อย่างเรา จะพอทำอะไรได้บ้าง เพื่อช่วยให้คนใช้ทรัพยากรน้อยลง จึงคิดกันว่า จะเป็นไปได้ไหมถ้าเราจะใส่ ‘สำนึก’ เข้าไปในโปรดักส์ทุกตัวของเราด้วย”
“ชาญฉลาด กาญจนวงศ์” ผู้ก่อตั้ง Grey Ray Stationery แบ่งปันเรื่องเล่าของพวกเขา ระหว่างขึ้นเวที “Creative Citizen Talk 2016” ซึ่งจัดโดย Creative Citizen และ CreativeMOVE ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันก่อน
จากตรงนั้นเองที่ทำให้ตลาดเครื่องเขียนได้รู้จักกับ “ดินสอ 2 cm+” ดินสอที่เป็นมากกว่าเครื่องเขียน
“บางคนสงสัยว่า ทำไมต้องบวก ทำไมไม่ลบมันออกไป ที่ต้องบวก เพราะมันเป็นบวกให้กับมูลค่าธุรกิจอื่น ลองลดอันนี้ดู แล้วไปเพิ่ม ไปเป็นประโยชน์ ให้กับอย่างอื่น เราลดบางอย่างลง แต่ไม่ลดคุณภาพ และคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหายไป ยังคงใช้ได้ดีเหมือนเดิม ซึ่งแนวความคิดนี้ถูกใส่ไว้ในดินสอของเรา” เขาบอก
กิจการน้องใหม่ เพิ่งลงสนามเมื่อปี 2554 จะเอาอะไรไปสู่กับแบรนด์เก่าแก่ที่อยู่มาเป็นร้อยๆ ปี ได้เล่า แถมยังเป็นแบรนด์จากเมืองไทย จะไปเปลี่ยนใจผู้คนให้หันมาใช้ของใหม่ เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้คนได้เก็ตไอเดีย และรู้จักดินสอเล็กๆ ของพวกเขา
“เราเลยตั้งแคมเปญ ให้คนเอาดินสอที่เคยเหลือๆ ทิ้งกัน มาแลกแท่งใหม่กับเรา มีเคสหนึ่งน่ารักมาก เป็นคุณแม่ส่งจดหมายแปะดินสอของลูกมาให้ บอกว่าขอบคุณทีมงานที่คิดโพรเจคดีๆ แบบนี้มา เพราะอยากฝึกให้ลูกใช้ของอย่างประหยัดอยู่แล้ว ในกติกาต้องเอามาต่อกันจนครบแท่งถึงจะแลกได้ แต่เคสนี้แท่งเดียวให้เลย ได้ใจมาก” เขาบอก
เมื่อสิ่งที่ตั้งใจให้คนตระหนักรู้เริ่มเกิดขึ้นจริง ทุกคนเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ และเริ่มเห็นคุณค่าของสิ่งที่เคยทิ้งขว้าง พวกเขาเลยตั้งเป็น “แคมเปญตลอดชีวิต” แคมเป็นระยะยาวที่ลูกค้าสามารถเอาดินสอ มาแลกใหม่ได้ตลอดชีวิต สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับธุรกิจดินสอบนโลกนี้
จากดินสอ ส่งจิตสำนึกไปปลูกกันต่อที่ “กบเหลา” โดยร่วมกับปตท. นำเศษเหลือจากการเหลาดินสอ ร่อนเอากราไฟต์ ฉีดกับพลาสติกทำเป็น กบเหลาดินสอ รักษ์โลก
“มันเป็นกบเหลาดินสอที่หล่อมาก คือเอาไปฝังดินก็ย่อยสลายได้ แต่นัยยะของมันคือ เวลาที่คุณเหลาอยู่เรากำลังบอกว่า สิ่งที่คุณถืออยู่นี้คือกราไฟต์ วันหนึ่งจะกลับมาเป็นตัวนี้นะ เพราะฉะนั้นกราไฟต์มีคุณค่า” เขาบอกความคิด
สิ่งดีๆ เริ่มมีคนสนับสนุนและเห็นชอบขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มมีการพูดถึงกันมากขึ้นในโลกโซเชียล หลายคนบอกเล่าถึงความคิดที่อยากกลับมาถามตัวเอง และคนรอบข้างว่า วันนี้ได้ลดการใช้ทรัพยากรต่างๆ ไปได้เท่าไรแล้ว
“สิ่งเหล่านี้แหล่ะ ที่ทำให้เรา ‘อยากมีพรุ่งนี้’ อยากตื่นเช้า อยากนอนเร็ว เพื่อตื่นมาทำอะไรแบบนี้” เขาบอก
นอกจากดินสอและกบเหลา ยังมีผลิตภัณฑ์สื่อความคิดดีๆ มากมาย ที่คลอดมาจากไอเดียของคนเกเร เช่น “EE DEFENDER/EE PENCIL CAP” ปลอกดินสอ EE ที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้ดินสอได้อย่างคุ้มค่า และปกป้องไส้ดินสอจากการถูกกระแทก “Drawing out” อุปกรณ์ต่อดินสอพกพา ซึ่งใช้ต่อความยาวให้กับดินสอไม้ที่เหลือสั้น และให้สะดวกต่อการพกติดตัวไปในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ดินสอที่สั้นกุด ไม่สะดวกกับการถือ จะไม่ถูกทิ้งขว้าง ให้สิ้นเปลืองทรัพยากรอีกต่อไป
“Life Book” สมุดบันทึก ที่ได้การรับรองจาก Forest Stewardship Council (FSC) องค์กรรับรองมาตรฐานจัดการป่าไม้ระดับโลก ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาจากป่าไม้ธรรมชาติ ใบปะปกด้านใน ใช้กระดาษ Eco Fiber 100% ซึ่งช่วยลดปริมาณการตัดต้นไม้ลงได้ 100% ขณะกระบวนการผลิตใช้ต้นไม้ที่มาจากป่าปลูก 90% และ Eco Fiber 10%
“ECOERASER” ยางลบเปลือกหอยเชลล์ ยางลบที่เป็นมิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อม โดยทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ (ผงหอยเชลล์) ปลอดสารพิษ เเละยังช่วยลดก๊าซ Co2 จากขั้นตอนการผลิตยางลบทั่วไปลงได้ถึง 50%
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เปลี่ยนโลก ที่ช่วยปกป้องเงินจากกระเป๋าของลูกค้า ไม่ให้ต้องเสียเงินซื้อของใหม่กันบ่อยๆ และปกป้องทรัพยากรของโลกเรา ให้มีใช้ไปจนชั่วลูกชั่วหลาน
นอกจากการตอบรับของผู้ใช้ ที่มีหัวใจรักษ์โลก Grey RayStationery ยังเป็นเจ้ารางวัลในหลายเวที ทั้งในและต่างประเทศ เรียกว่า ตั้งแต่ปีแรกๆ ที่ทำผลิตภัณฑ์ออกมาด้วยซ้ำ ตั้งแต่รางวัล 2nd Talent Thai Popular Vote Award จาก โครงการสร้างนักออกแบบ สินค้าไลฟ์สไตล์สู่ตลาดโลก รางวัล Design Excellence Award 2013 (DEmark) จากผลิตภัณฑ์ EE DEFENDER และ DRAWING OUT II และยังไปคว้ารางวัล Good Design Award 2013 (G-mark) จากประเทศญี่ปุ่นมาอีกด้วย แม้แต่เจ้าตัวเอง “ชาญฉลาด” ก็ยังได้รับรางวัลนักออกแบบแห่งปีในปี 2556 (Designer of The Year) ในสาขา Product Design ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักออกแบบไทยหน้าใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นในรอบปีมาแล้ว
แรงผลักดันที่สร้างแง่งามดีๆ ให้เกิดขึ้น มาจากปณิธาน 3 ข้อสำคัญ คือ 1.รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ทั้งต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม 2.อยากสร้างวัฒนธรรมเครื่องเขียนให้กับคนไทย เหมือนที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ เพื่อให้เครื่องเขียนที่เคยอยู่ในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยและมีราคาแพง กลายเป็นเครื่องเขียนที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ในราคาสมเหตุสมผล และปณิธานสุดท้าย คือ เป็นแบรนด์เครื่องเขียนที่ทำให้คนไทยภูมิใจ เป้าหมายที่เขาบอกว่า ช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจให้ชุ่มชื้น และอยากทำงานดีๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
“เราไม่ได้ทำงานเพื่อดูว่า ผลประกอบการปีหน้าจะได้เท่าไหร่ นั่นไม่ใช่สิ่งตั้งต้น แต่คือความคิดที่อยากทำแบรนด์ให้คนไทยภาคภูมิใจ ดูเหมือนยิ่งใหญ่ แต่มันชุ่มชื้น”
พลังแห่งความชุ่มชื้น ขยายกิจการเล็กๆ จนมามี 50 สาขา ในไทย 2 สาขา ที่ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์ กับอีก 1 สาขา ใน มาเลเซีย เกาหลี จีน และสหรัฐอเมริกา ประกาศศักดาแบรนด์ไทยในตลาดโลก
ในฐานะคนทำงานออกแบบ เขาแสดงความเห็นว่า การเป็นนักออกแบบที่ดีนั้น ต้องเริ่มจาก การมี “จิตสำนึก” ที่คิดถึงผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ขณะสินค้าที่ผลิตออกมาก็ต้องใส่จิตสำนึกที่ดีลงไปด้วย เหมือนผลิตภัณฑ์เกเร ที่วันนี้เดินทางผ่านมา 5 ปี เขาสรุปได้ว่า คนไม่ได้ซื้อเพราะเป็น ดินสอ ยางลบ หรือสมุดบันทึก แต่ซื้อ “จิตสำนึก” ที่อยู่ข้างในนั้น
“ผมเชื่อมาตลอดว่า โลกเราหมุนด้วยความคิด ถ้าความคิดของเราทุกๆ คน ช่วยกันทำให้โลกหมุนไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ก็เชื่อว่า โลกเปลี่ยนได้ ขอแค่ทุกคนลงมือทำ”
คำส่งท้ายของคนทำเครื่องเขียนรักษ์โลก ที่เริ่ม “เปลี่ยนโลก” ด้วยสองมือเล็กๆ ของพวกเขา
........................
* ติดตามอ่านกรุงเทพธุรกิจ Bizweek ได้ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งเปลี่ยนจากฉบับวันจันทร์ มาเจอกันในทุกวันอาทิตย์ โดยยังคงความเข้มข้นของเนื้อหาข่าว เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน
และการลงทุน พร้อมเสิร์ฟถึงมือผู้อ่านทุกท่าน!!


