วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BBL - ซื้อ

การเติบโตสินเชื่อเดือน พ.ค. ดีตามคาด

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อ BBL นั้นดูมั่นคงสุดในด้านการรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเมื่อพิจารณาถึงการมีอัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่แข็งแกร่งที่สุดถึง 174% และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่สูงถึง 18% รวมไปถึงการที่กว่า 61% ของสินเชื่อทั้งหมดเป็นสินเชื่อบรรษัทซึ่งมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งกว่าสินเชื่อ SME และ รายย่อย ดังนั้นเรายังคงประมาณการการเติบโตของกำไรเชิงอนุรักษ์ที่ 35.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% ราคาเป้าหมายจากการประเมินมูลค่ายุติธรรมอยู่ที่ 202 บาท โดยใช้ PBV ไว้ที่ 1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.2 เท่าอยู่มากและสูงกว่า PBV ในปัจจุบันที่ 0.8 เท่า เราคาดรายได้ในปี 2560 จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 9% อยู่ที่ 39 พันล้านบาท ซึ่งมาจากสินเชื่อที่สูงขึ้นสำหรับโครงการสาธารณูปโภค ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้นและตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่ต่ำลง เราจึงแนะนำซื้อ

สินเชื่อสุทธิเดือน พ.ค. โต 1.8% MoM ตามประมาณการปี 2559 ของเราที่ 4%

สินเชื่อ BBL เดือนพฤษภาคม โต1.8%MoM, และ 1.5% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน, 6.3%YoY ขับเคลื่อนโดยสินเชื่อบรรษัทและลูกค้ารายย่อย ซึ่งเป็นไปตามเทรนการคาดการณ์ของเราในปี 2559 ที่ 4% อีกทั้งผู้บริการยังให้เป้ายังยืนยันเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 3-4% ในปี 2559 เรามองว่าการเติบโตของสินเชื่อในครึ่งปีหลังจะมาจากอุปสงค์การกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) บรรษัท และรัฐวิสาหกิจ(SOEs) การเติบโตของสินเชิ่อ(รวมถึงสินเชื่อในการซื้อกิจการ เช่น กรณี BJC และ BIGC) เรายังคาดอีกว่า BBL จะมีการเติบโตด้านสินเชื่ออีก 4% ในปี 2560

คุณภาพสินทรัพย์ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล

เราเชื่อว่า BBL สามารถควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 3% (ตามที่ทีมบริหารกล่าวเมื่อสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จาก2.9%) เพราะว่าอัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญฯต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อยู่ที่ 174% สามารถนำมาใช้เพื่อการตัดจำหน่ายหนี้เสียและปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา อีกทั้ง 61% ของสินเชื่อปล่อยให้บริษัทขนาดใหญ่มีความแข็งแรงทางการเงินมากกว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และรายย่อย ดังนั้นเราคาด BBL จะสามารถรักษาสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้เป็นไปตามที่เราประเมิน เราหวังอีกว่า BBL จะสามารถรักษาค่าตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ(LLP) ให้อยู่ที่ 12.5 พันล้านบาทในปี 2559 ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมาที่ 14.7 ล้านบาท

รายได้ไตรมาส 2/59 คาดว่าจะเติบโต 8% YoY จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตของสินเชื่อ

เราคาดหวังว่ารายได้ไตรมาส 2/59 จะเพิ่มสูงขึ้น 8% YoY และ 5% QoQ โดยส่งผลมาจากสินเชื่อและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวดีขึ้น เราคาดว่าสินเชื่อจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% QoQ และ 6% YoY ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยถูกคาดการณ์ไว้ที่ 2.2% ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมาแต่เพิ่มขึ้นมาจาก 1.92% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ดังนั้นเราจึงคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มเป็น 13.6 พันล้าน เพิ่มขึ้น 27% YoY และ 10% QoQ และในทางเดียวกันเราคาดว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในไตรมาส 2/59 จะลดลงเหลือ 49% จาก 51% ในไตรมาสที่แล้วและ 52% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน