วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กีฬา' ดันเรทติ้ง 'ทีวีดิจิทัล' เบียดอนาล็อก

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) รายงานข้อมูลสภาพตลาด “ทีวีดิจิทัล”เดือนมิ.ย59

พบสัดส่วนผู้ชมทีวีดิจิทัลเริ่มขยับเข้าใกล้ผู้ชมช่องฟรีทีวีรายเดิม คือ ช่อง 3, 5, 7, 9, เอ็นบีที และ ไทยพีบีเอล  

ล่าสุดสัดส่วนผู้ชมทีวีดิจิทัลขึ้นมาอยู่ที่ 46.29% และผู้ชมช่องรายการเดิมอยู่ที่ 53.71% สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเริ่มหันมาดูทีวีดิจิทัล“ช่องใหม่”มากขึ้น “เกือบเท่าช่องเดิม”

ในเดือน มิ.ย. ได้มีการแข่งขันกีฬาจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้รับชม โดยช่องรายการต่างๆ ได้ซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาเพื่อดึงดูดผู้ชม พบว่าประชาชนยังคงมีความนิยมรับชมรายการประเภทการแข่งขันกีฬาเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกอากาศทางช่องรายการเดิมหรือช่องใหม่ เช่น การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ระหว่างไทยกับซีเรีย ทางไทยรัฐทีวี มีค่าความนิยม(เรทติ้ง) สูงสุด 6.072 ทำให้อันดับความนิยมช่องไทยรัฐทีวีเพิ่มขึ้นจากอันดับ 10 ในเดือน พ.ค. ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ7 ในเดือน มิ.ย.

นอกจากนี้การถ่ายทอดสดการแข่งขันวอลเล่ย์บอลโอลิมปิก 2016 ช่องเวิร์คพอยท์ทีวี ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เรทติ้งของช่องเพิ่มขึ้นเช่นกัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนและหลัการถ่ายทอดสดการแข่งขันวอลเล่ย์บอลโอลิมปิก 2016 โดยคู่การแข่งขันที่ทำเรทติ้งสูงสุด คือคู่ของไทยกับญี่ปุ่น เรทติ้งอยู่ที่ 7.625 และคู่ไทยกับเปรู เรทติ้งอยู่ที่ 7.513

ตัวเลขเรทติ้งที่เพิ่มขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าทิศทางจากนี้ช่องทีวีดิจิทัล จะหันมาถ่ายทอดสดกีฬาและซื้อลิขสิทธิ์กีฬาต่างๆ มาออกอากาศมากขึ้น 

ด้านมูลค่ารวมจากการโฆษณาทีวีดิจิทัล เดือน พ.ค. 2559 อยู่ที่ 1,696 ล้านบาท และช่องเดิมอยู่ที่ 4,640 ล้านบาท รวมเป็น 6,336 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าโฆษณารวมที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3%

จากรายงานสรุปผลการยื่นชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี2558 ซึ่งกำหนดจากการนำรายได้ “ทีวีดิจิทัล”ปี2558 พบว่ารายได้จากการประกอบกิจการทีวีดิจิทัล 22 ช่อง อยู่ที่ 11,343 ล้านบาท  โดย กสทช.จัดเก็บค่าธรรมเนียมได้จำนวน 226 ล้านบาท

ขณะที่ปี 2557  ทีวีดิจิทัล 22 ช่อง แจ้งรายได้อยู่ที่ 3,633 ล้านบาท คิดเป็นค่าธรรมเนียม 72 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นการประกอบกิจการเฉพาะช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากทีวีดิจิทัล เริ่มออกอากาศในเดือน เม.ย.2557

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. กล่าวว่าข้อมูลรายได้การประกอบกิจการทั้งปี 2558 ของช่องทีวีดิจิทัล สะท้อนถึงการประกอบกิจการปีแรกของธุรกิจ ที่มีรายได้จากโฆษณาและแปรผันตามเรทติ้งของแต่ละช่อง     

จากการสรุปรายงานของสำนักงาน กสทช. รายได้รวมทีวีดิจิทัล 11,335 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา มีข้อมูลที่น่าสนใจก็คือมีช่องทีวีดิจิทัล “บางราย”มีผลประกอบกิจการค่อนข้างดี โดยมี 3 ช่องที่มีรายได้มากกว่า 1,500 ล้านบาท  โดยเป็น “รายเดิม” 2 ช่อง คือ ช่อง33 และช่อง35) และรายใหม่ ช่องเวิร์คพอยท์

นอกจากนี้มีช่องทีวีดิจิทัลที่มีรายได้กว่า 500 ล้านบาท 4 ราย, รายได้ 400-500 ล้านบาท 3 ราย และ 2 รายที่มีรายได้ 300-400 ล้านบาท

ช่วงแรกของการประกอบกิจการในครึ่งปีหลัง 2557 ทีวีดิจิทัลยังไม่มีผลการประกอบกิจการที่ชัดเจน โดยเฉพาะสัดส่วนผู้ชมและเรทติ้งข้อมูลรายได้ปี2558 จึงเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ เป็นเสมือนผลสะท้อนการประกอบกิจการปีแรกของช่องทีวีดิจิทัล

“แม้เป็นช่วงเริ่มต้นทีวีดิจิทัลปีแรกของทุกราย แต่ก็มีหลายช่องที่เริ่มสร้างความแตกต่างด้านเนื้อหารายการ แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าอย่างรวดเร็วในการดำเนินการของช่องทีวีดิจิทัล”

ส่วนปีที่นี้มีความคืบหน้าชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะสัดส่วนจำนวนผู้ชมทีวีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของช่องทีวีดิจิทัล