ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้นเล็กน้อย
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะปรับขึ้นต่อเล็กน้อย ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งความคาดหวังเพิ่มขึ้นว่าผลประชามติ BREXIT ในวันที่ 23 มิ.ย. 2559 นั้นอังกฤษจะคงอยู่ในยุโรปตามเดิม ส่งผลให้ความกังวลเรื่องความผันผวนของเศรษฐกิจโลกลดลง
แนวรับ/แนวต้าน : 1417/1437 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา
หุ้นแนะนำ
BANPU (15.3) : คาดผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าหงสาจะดีขึ้นจาก utilaztion rate ในช่วง 2Q59 ที่คาดว่าจะใกล้เคียง 80% เทียบกับ utilization rate ที่ 66% ในช่วง 1Q59 นอกจากนี้ภาพรวมของ BANPU ได้ผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วและยังมีปัจจัยบวกต่างๆไม่ว่าจะเป็นการนำบริษัทฯลูก IPO ในช่วงปลายปี 59 และการลงทุนในธุรกิจ shale gas และ solar farm
PACE (3.70) : ภาพรวมผลการดำเนินงานคาดว่าจะพลิกจากขาดทุนมาเป็นบวกในช่วง 1-2 ปีนี้ จากการรับรู้รายได้ของโครงการมหานครและมหาสมุทร เราจึงแนะนำให้ซื้อสะสมในช่วงราคาหุ้นอ่อนตัว นอกจากนี้ในระยะยาวคาดว่าจะเห็นการขยายตัวในธุรกิจร้านกาแฟ Dean & Deluca มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
THAI (21) : คาดผลประกอบการ 2Q59 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จากราคาน้ำมันในช่วงต้น 2Q59 ที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ THAI ยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58
CK (35.50) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "สมคิด" เสนอ ครม.วันนี้ คลอดมาตรการช่วยเกษตรกรชุดใหม่รับฤดูผลิตใหม่ พร้อมปลุกพลังนักธุรกิจไทย-จีน เร่งลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ระบุนายกฯพร้อมใช้ ม.44 ปลดล็อกอุปสรรคการค้าการลงทุน หนุนไทยเป็นเกตเวย์ในอาเซียน ด้าน ธ.ก.ส.เตรียมแพ็คเกจ อุดหนุนประกันภัยนาข้าว-สินเชื่อ ตั้งเป้า 30 ล้านไร่ คาดใช้ 3 พันล้าน
+ 3 ผู้รับเหมา "อิตาเลียนไทย-ยูนิค-เนาวรัตน์" แห่ยื่นซองประมูลสุวรรณภูมิเฟสสอง งานโครงสร้างและระบบอาคารแซทเทิลไลท์ 1.34 หมื่นล้าน คาดสัปดาห์หน้าได้ผู้รับเหมาก่อนลงนามสัญญาจ้าง ส.ค.นี้ ขณะที่ 12ราย รอยื่นประมูลชิงงานระบบสาธารณูปโภค วงเงินกว่า 2 พันล้าน วันนี้
+ ส.อ.ท. จ่อเซ็นเอ็มโอยูร่วมอุตสาหกรรม ดันแผนปฏิบัติการหนุนเอสเอ็มอี ชี้เอกชนต้องปรับแผนลงทุนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด พร้อมแนะเจาะตลาดอินเดียหลังพบต้องการสินค้าไทย
- "ญี่ปุ่น" เผยผลศึกษา ไทยยังประสบปัญหาวิกฤติกำลังคนป้อนอุตสาหกรรม ทั้งปริมาณ-คุณภาพ อุปสรรคต่อยอดอุตฯชั้นสูง แนะผนึกไทย-ญี่ปุ่นสางปัญหา รมว.วิทย์ฯ แจงตั้งคณะทำงานร่วมปีนี้ หนุนสิทธิประโยชน์ดึงญี่ปุ่นใช้ไทยฐานพัฒนาบุคลากรอาเซียนขณะบริษัทที่ปรึกษาฯชี้ไทยขาดวิศวกรมากถึง 50% เทียบความต้องการตลาด
- ธ.ออมสิน เผยดัชนีเศรษฐกิจฐานรากยังอ่วมหนัก ปัญหาภัยแล้ง ราคาพืชผลเกษตรยังกระทบหนัก รายได้วิกฤติ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ลุ้นไตรมาส 3 ปีนี้เริ่มผงกหัว เสนอคลังคลอดแพ็กเกจช่วยผู้มีรายได้น้อย ปล่อยกู้แก้หนี้นอกระบบ ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าเดิม หวังลดภาระค่าผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนลง
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าชาวอังกฤษจะลงมติอยู่ในสหภาพยุโรป (อียู) ต่อไปในการลงประชามติวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 129.71 จุดหรือ 0.73% สู่ 17,804.87 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 36.88 จุดหรือ 0.77% สู่ 4,837.21
+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นมาที่ระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ โดยพุ่งขึ้นมากที่สุดในวันเดียวในรอบ 2 เดือน ขณะที่ตลาดคลายความวิตกลงบ้างเกี่ยวกับการที่อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป หลังจากผลสำรวจในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มผู้ที่สนับสนุนให้อังกฤษอยู่ในอียูต่อไปมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดพุ่งขึ้น 365.64 จุด หรือ 2.34% มาที่ 15,965.30 ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. และเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดในวันเดียว เมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์นับตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 2.9 % ในวันจันทร์ และปิดตลาดในแดนบวกเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ในขณะที่โพลล์ระบุว่า มีความเป็นไปได้น้อยลงที่จะเกิด Brexit หรือการที่อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ทางด้านราคาน้ำมันเบนซินของสหรัฐพุ่งขึ้น 5 % โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปสงค์ในการใช้รถใช้ถนนจะพุ่งขึ้นในฤดูร้อน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.พุ่งขึ้น 1.39 ดอลลาร์ หรือ 2.9 % มาปิดตลาดที่ 49.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 48.14-49.42 ดอลลาร์






