ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวลง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวลงจากการขาดปัจจัยบวกใหม่ๆมาสนับสนุน ตลาดหุ้นในภูมิภาคล้วนปรับตัวลงและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงเช่นกัน ทั้งนี้ คาดว่านักลงทุนบางส่วนยังชะลอการลงทุนเพื่อรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 14-15 มิ.ย. 2559 และรอเรื่องการลงประชามติหากอังกฤษออกจากสมาชิกสหภาพยุโรป ในวันที่ 23 มิ.ย. 2559 ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดพบว่า 55% ต้องการออก และ 45% ต้องการคงอยู่ในสหภาพยุโรป เบื้องต้นทำให้ค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลง และกดดันการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติได้ในระยะสั้น
แนวรับ/แนวต้าน : 1420/1440 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา
หุ้นแนะนำ
THAI (18.5) : ได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์ นอกจากนี้ THAI จะมีการประชุมนักวิเคราะห์เช้าวันนี้ (26 พ.ค. 59) ซึ่งคาดว่ามีมีมุมมองเชิงบวกจากการประชุมดังกล่าว
CK (35.5) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต
KCE (91) : ได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนเนื่องจากส่งออกกว่า 95% และยังมีลุ้นเข้าเทรดในกลุ่ม SET50 กลางปีนี้ อีกทั้งคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ “อาคม” เผยไตรมาส 3 ช่วงแห่งการผลักดันเร่งรัดการลงทุนโครงการรถไฟฟ้า สนข.มั่นใจปีนี้เปิดประกวดราคาได้ 10 เส้นทางกว่า 130 กม. จากทั้งระบบ 464 กม. ขณะที่รฟม.เร่งเปิดประกวดราคาเดือนนี้ 3 เส้นทางกว่า 2 แสนล้าน
+ คลังเล็งเก็บเพิ่มภาษีที่ดินแนวรถไฟฟ้า-โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ แจงจะใช้ระบบ one shot หรือเก็บครั้งเดียวสกัดกลุ่มปั่นราคาที่ดิน หวังนำรายได้พัฒนาประเทศ ขณะที่ปรึกษาอสังหาฯแจง รถไฟฟ้า 10 แส้นทาง ตัวแปรสำคัญดันราคาที่ดินพุ่งแรง บางทำเลมาก 5-8 เท่า
+ เซ็นทรัล รุกหนักออนไลน์ กางแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้ 10% ภายในปี 2563 เผย 3 ภารกิจด่วน หลังซื้อกิจการ “ซาโลร่า” ลงทุนระบบไอทีหลังบ้าน-ปั้นทีมงานเพิ่ม 200 ชีวิต-ผนึกพันธมิตรโลกเสริมแกร่ง ปรับโครงสร้างธุรกิจรุกตั้งกลุ่มธุรกิจออนไลน์ดุทั้งเครือ ด้านซาโลร่า แจงอาศัยจุดแข็งเซ็นทรัลดึงอินเตอร์แบรนด์จำหน่ายสินค้า
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันศุกร์เป็นวันที่สองติดต่อกันหลังการร่วงลงอีกครั้งของราคาน้ำมัน และความวิตกครั้งใหม่เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 119.85 จุดหรือ 0.67% สู่ 17,865.34 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 64.07 จุดหรือ 1.29% สู่ 4,894.55
- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดลดลง หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสร้างความวิตกให้แก่นักลงทุนที่ระมัดระวังอยู่แล้วก่อนการตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 67.05 จุด หรือ 0.40% มาที่ 16,601.36 และในสัปดาห์นี้ ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงรวม 0.2%
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 3% ในวันศุกร์ หลังจากมีรายงานระบุว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน และการแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลลบต่อราคาน้ำมันดิบ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.ดิ่งลง 1.49 ดอลลาร์ หรือ 3% มาปิดตลาดที่49.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 48.80-50.73 ดอลลาร์ โดยการดิ่งลงในวันศุกร์ถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.






