จับตาอาณาจักร “เซ็นทรัล” ในเวียดนามหลังเข้าซื้อกิจการ “บิ๊กซี” มูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านบาท
จากกลุ่มคาสิโน ประเทศฝรั่งเศส เสริมความแข็งแกร่งกิจการค้าปลีกเครือเซ็นทรัล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทัพก่อนเปิดเกมรุกอีกระลอกใหญ่
ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า การซื้อกิจการบิ๊กซีดังกล่าวเสมือนซื้อ 2 กิจการค้าปลีก คือ ธุรกิจค้าปลีกทางด้านอาหาร (บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์) และศูนย์การค้า (พื้นที่เช่า) โดยเครือข่ายบิ๊กซีกว่า 43 แห่ง ประมาณ 32 แห่งเป็นรูปแบบศูนย์การค้า
ธุรกิจดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยน “ชื่อใหม่” ในปี 2560 พร้อมแนวทางดำเนินงานที่ชัดเจน
กิจการค้าปลีกในเวียดนาม ทางด้านอาหาร และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีการเติบโตที่ดี ขณะที่ธุรกิจห้างสรรพสินค้าไม่อยู่ในระดับที่เรียกว่าดี เนื่องจากการพัฒนาของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะซัพพลายเออร์ยังค่อนข้างช้าทำให้มีอุปสรรคทางด้านการบริหารจัดการสินค้า
“ภาพรวมค้าปลีกในเวียดนามยังไม่แข็งแรงมากนัก เหมือนประเทศไทยเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ซึ่งจากนี้ไปศักยภาพการเติบโตสูง”
จะเห็นว่า 20 ปีที่แล้วเศรษฐกิจเวียดนามเท่ากับ 10% ของเศรษฐกิจไทย 10 ปีที่ผ่านมาขยับขึ้นมาเป็น 30% ปัจจุบันอยู่ที่ 50% เท่ากับครึ่งของประเทศไทย โดยใช้เวลาเพียง 20 ปี จากเศรษฐกิจขยายตัวประมาณ 10% ต่อปี ขณะที่ไทยเติบโตในอัตรา 3% ต่อปี มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตเทียบเท่าไทยภายใน 10 ปีข้างหน้า เป็นทั้งโอกาสและแรงกดดัน!!
สำหรับกลุ่มเซ็นทรัล เข้าลงทุนเวียดนามเมื่อ 4 ปีก่อน ขยายตลาดผ่าน 8 ธุรกิจ ปัจจุบันธุรกิจในเวียดนามสร้างรายได้กว่า 4 หมื่นล้านบาท นับเป็น “ตลาดใหญ่” เช่นเดียวกับ กิจการในยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล โดยช่วง 5 ปีจากนี้ทั้งเวียดนามและยุโรปจะเป็นตลาดหลักในการลงทุน
เฉพาะยุโรปเตรียมงบประมาณกว่า 1.2 หมื่นล้านบาทในการปรับปรุงธุรกิจและขยายสาขา มากกว่า 50% ใช้ในธุรกิจห้างสรรพสินค้าในเยอรมนี ภายใน 5 ปี คาดยอดขายของกิจการในยุโรปเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าเท่าตัว จาก 4 หมื่นล้านบาท เป็น 1 แสนล้านบาท
“การซื้อกิจการในประเทศใหม่ๆ อยู่ที่จังหวะและความน่าสนใจ เรามีทั้งเวียดนาม เยอรมนี อิตาลี เดนมาร์ก ค่อนข้างลงตัวและมีอะไรต้องทำอีกมาก ส่วนเมืองท่องเที่ยวอย่างปารีส หรือลอนดอน มีโอกาสเช่นกัน แต่พูดยาก อยู่ที่มีอะไรเข้ามา”






