พร้อมคืนชีพและเริ่มฟื้นตัว
ประเด็นการลงทุน
เรายอมรับว่าผลการดำเนินการของ SVI อาจจะไม่ได้หวือหวามากนักในครึ่งแรกของปี 2559 เนื่องจากมีต้นทุนค่าเสื่อมราคา ปัญหาคอขวดและค่าใช้จ่ายบางส่วนในการซื้อกิจการ แต่เรามีความเชื่อมั่นว่าบริษัทจะสามารถกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ได้อย่างแข็งแกร่งเนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจรวมถึงแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนตัว และการแก้ปัญหาคอขวด นอกจากนี้ การเติบโตก้าวต่อไปของ SVI จะมาจากผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการ Siedel และยังมีการขยายโรงงานไปในประเทศกัมพูชา เราคาดว่ากำไรสุทธิต่อหุ้นปี2559-2561จะเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 24 % เราจึงกลับมาเริ่มให้คำแนะนำหุ้น SVI ที่ “ซื้อ” และประมาณการราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี2559 แบบอนุรักษ์นิยมที่ 6 บาท อ้างอิงจากค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ 0.75 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (เป็นมูลค่าสูงสุดในกรอบการซื้อขายระหว่างเหตุการณ์น้ำท่วมและไฟไหม้ในปี 2554-2557)
ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากไฟไหม้
ในปี 2558 SVI ได้รับผลกระทบจากการหยุดการผลิตเนื่องจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานการผลิตในเดือนพ.ย. ปี2554 ปัจจุบันกำลังการผลิตได้ฟื้นตัวกลับมาเท่าเดิมก่อนเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ โดยโรงงาน SVI ที่แจ้งวัฒนะเริ่มกำลังการผลิตที่ 30 %จากกำลังการผลิตทั้งหมดในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่ตอนต้นปี 2558 ยังทำการปรับปรุงโรงงาน 2B และ 2A และเริ่มกำลังการผลิตที่ 60% และ 100 %ตามลำดับ แม้ว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงครึ่งแรกของปี 2559 ซึ่งทำให้เกิดปัญหาคอขวดในส่วนการตรวจสอบ แต่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวเต็มประสิทธิภาพในไตรมาส 3/59
การควบรวม Siedel หนุนการเติบโตระยะยาว
การควบรวมกิจการกับไซเดลในเดือนมกราคมที่ผ่านมาจะช่วยสนับสนุนธุรกิจของ SVI ในระยะยาวซึ่งการที่ไซเดลมีโรงงานผลิตในประเทศออสเตรีย สโลวาเกีย และฮังการีนั้นจะช่วยรองรับการขยายตัวของบริษัทไปในตลาดประเทศยุโรปได้ โดยเฉพาะภูมิภาคที่สื่อสารด้วยภาษาเยอรมันเนื่องจากบริษัทจะสามารถสื่อสารได้ง่าย อีกทั้งยังได้เปรียบในเรื่องต้นทุนทั้งการผลิตและการขนส่งในประเทศยุโรปตะวันออกยิ่งไปกว่านั้นไซเดลถือหุ้นบางส่วนในบริษัทออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งจะเป็นการปูทางให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงในอยาคต ผู้บริหารชี้ว่าไซเดลปกติจะมีรายได้ที่ประมาณ 100 ล้านดอลล่าร์ต่อปี (คิดเป็น 42% ของ SVI)
พร้อมแล้วที่จะเข้าสู่โหมดการเติบโต
ปัญหาคอขวด ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างและค่าใช้จ่ายจากการเข้าซื้อกิจการจะยังคงสร้างแรงกดดันต่อกำไรไตรมาส 2/59 แต่การรวมงบการเงินของไซเดลเข้ามาเต็มไตรมาส จะช่วยทำให้ผลประกอบการไตรมาส 2/59 ฟื้นตัวได้เล็กน้อย จากการประมาณการกำไรหลักเบื้องต้นไตรมาส 2/59 อยู่ที่ 154 ล้านบาท ลดลง 35% YoY แต่เพิ่มขึ้น 66% QoQ
สำหรับประมาณการทั้งปีเราคาดยอดขายเติบโต 45% YoY (สกุลดอลล่าร์) และกำไรจะสามารถเติบโต26% YoYในปี 2559 โดยบริษัทมีแนวโน้มที่จะได้รับเงินเคลมประกันที่ 1-1.3 พันล้านบาท ในช่วงครึ่งหลังปี 2559 เราเชื่อว่าด้วยค่าเงินบาทที่อ่อนตัว และผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการ รวมทั้งการขยายธุรกิจในประเทศกัมพูชา (ได้สิทธิ์รับการยกเว้นภาษีGSP) จะช่วยหนุนการดำเนินงานของบริษัทให้เติบโตสูงขึ้นในช่วงปี 2559-2561









